ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกตามยอดขาย โตโยต้า ประกาศคาดการณ์กำไรสุทธิลดลง 22% ในปีงบประมาณสิ้นสุด มีนาคม 2026 จากแรงกดดันของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ บริษัทเปิดเผยผลประกอบการปีงบประมาณ 2024-25 แสดงกำไรสุทธิลดลง 19.2% เหลือ 3.8 ล้านล้านเยน (25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
รายได้เพิ่มขึ้นแต่กำไรลดลง
แม้รายได้ในปีงบประมาณที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 5.5% เป็น 50.7 ล้านล้านเยน และคาดว่าจะแตะ 51.0 ล้านล้านเยนในงวดปัจจุบัน โตโยต้ายังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทชี้แจงว่าสามารถรักษากำไรตามเป้าหมายได้จากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น การปรับราคา และความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์
ผลกระทบจากภาษีการค้าสหรัฐฯ
ญี่ปุ่นได้ตกลงลงทุน 550 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2029 เพื่อแลกกับการลดภาษีนำเข้าจาก 25% เหลือ 15% แต่ภาษีการค้าดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างโตโยต้า แม้จะมีฐานการผลิตในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ผลประกอบการแสดงให้เห็นว่าโตโยต้าขาดทุนจากการดำเนินงานในอเมริกาเหนือในปีที่ผ่านมา
ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
โยอิจิ มิยาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าในฐานะ CFO เขาให้ความสำคัญอย่างมากกับการที่ปีงบประมาณนี้จะเป็นปีที่สามติดต่อกันที่มีแนวโน้มกำไรคงที่ โตโยต้าระบุว่าผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางในปีปัจจุบันจะมีมูลค่า 670 พันล้านเยน
ยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างธุรกิจ
มิยาซากิ อธิบายว่าสาเหตุหลักของผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามคาดเกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในมุมมองระยะกลางถึงยาวที่ยังไม่รวดเร็วพอ รวมถึงการปูพื้นฐานเพื่อการเติบโตในอนาคต บริษัทได้ดำเนินมาตรการลดต้นทุนค่าเสื่อมราคา เพิ่มความสามารถในการทำกำไรตลอดห่วงโซ่คุณค่า และปรับปรุงส่วนผสมของรุ่นรถและปริมาณการผลิต





