บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก สเตลันติส เจ้าของแบรนด์จี๊ป และเฟียต ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่กลับมาทำกำไรได้ 377 ล้านยูโร (440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม เทียบกับการขาดทุน 387 ล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีก่อน
หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่า 8% ในตลาดหลักทรัพย์ปารีสก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อย เนื่องจากผลกำไรไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 387 ล้านยูโร
ยอดขายเติบโตทุกภูมิภาค
ยอดขายของสเตลันติสเพิ่มขึ้น 6% เป็น 38.1 พันล้านยูโร โดยปริมาณการขายเติบโต 12% ซึ่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ การเติบโตเกิดขึ้นในทุกภูมิภาค รวมถึงอเมริกาเหนือที่บริษัทประสบปัญหามาหลายปี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Antonio Filosa กล่าวว่า "สามเดือนแรกของปี 2026 สะท้อนผลลัพธ์เบื้องต้นจากการดำเนินงานเพื่อนำสเตลันติสกลับสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและทำกำไรได้"
แผนปรับกลยุทธ์ใหม่
สเตลันติสซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2021 จากการควบรวมระหว่างกลุ่ม PSA ของฝรั่งเศสและบริษัทเฟียต-ไครสเลอร์ของอิตาลี-อเมริกา วางแผนเปิดเผยกลยุทธ์ใหม่เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เพื่อหันมาแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ตามรายงานของสื่อ บริษัทจะเน้นที่ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ เปอโยต์ในฝรั่งเศส เฟียตในเยอรมนี และจี๊ปกับแรมในสหรัฐอเมริกา ขณะที่แบรนด์อื่นจะได้รับทรัพยากรน้อยลง
ความท้าทายในยุโรป
แม้ผลประกอบการจะดีขึ้น แต่สเตลันติสยังเผชิญความท้าทายในยุโรป ที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 5% แต่รายได้เพิ่มเพียง 1% แสดงให้เห็นว่ากำไรขั้นต้นถูกบีบ
บริษัทเปิดโรงงานในยุโรปให้พันธมิตรจีนเช่น Leapmotor และ Dongfeng ใช้ประกอบรถยนต์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถรับเงินอุดหนุนได้ ขณะที่ Filosa เน้นย้ำว่า "แบรนด์ของเราคือทรัพย์สินที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับลูกค้าและตลาด"




