แม่น้ำไรน์แห้งขอดผิดฤดู วิกฤตขนส่งทางน้ำถล่มเศรษฐกิจเยอรมนีซ้ำเติม
ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนฤดูกาลปกติ ส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางแม่น้ำซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของภาคอุตสาหกรรมยุโรปหยุดชะงักอย่างหนัก ขณะที่รัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่เร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับวิกฤตที่กำลังลุกลาม
วิกฤตน้ำแล้งมาเร็วกว่าที่คาด
ในสภาวะปกติ แม่น้ำไรน์รับภาระการขนส่งสินค้าทางน้ำภายในประเทศเยอรมนีถึงร้อยละ 80 และมีสินค้าผ่านมากถึง 285 ล้านตันต่อปี แต่ขณะนี้พื้นแม่น้ำบางส่วนใกล้โรงถลุงเหล็กของไทส์เซนครุปป์ในเมืองดุยส์บวร์กเริ่มแห้งโล่ง จนเรือบรรทุกสินค้าสามารถขนของได้เพียงเศษเสี้ยวของปริมาณปกติ
รัฐมนตรีคมนาคม สเตฟเฟน บิลเกอร์ เรียกประชุมผู้บริหารภาคอุตสาหกรรม บริษัทเดินเรือ และท่าเรือ ณ เมืองบอนน์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยระบุว่า "ที่ที่เคยมีเรือบรรทุกสินค้านับพันตัน วันนี้เราเห็นแต่สันดอนทรายโผล่พ้นน้ำ"
ภาคอุตสาหกรรมรับแรงกระแทกหนัก
ท่าเรือดุยส์บวร์กในเขตอุตสาหกรรมรูห์ร รายงานว่าความสามารถในการบรรทุกสินค้าลดเหลือเพียงหนึ่งในสามของระดับปกติ ในภาคน้ำมัน เรือบรรทุก 110 เมตรสามารถบรรทุกได้เพียง 300-400 ตัน ส่งผลให้ราคาขนส่งพุ่งสูงถึง 200 ยูโร (ราว 7,700 บาท) ต่อตันสำหรับเส้นทางจากคาร์ลสรูเออไปยังท่าเรืออัมสเตอร์ดัม รอตเตอร์ดัม และแอนต์เวิร์ป
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างบาสเอฟ ผู้ผลิตสารเคมี และโคเวสโตร ต่างได้รับผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต ขณะที่เชลล์หันไปเพิ่มการใช้คลังสำรองและเบี่ยงสินค้าไปทางรถไฟและท่อส่ง
นักเศรษฐศาสตร์เตือนผลกระทบอาจรุนแรงกว่าปี 2018
เยนส์ ชวาเนน หัวหน้าสมาคมการเดินเรือภายในประเทศเยอรมนี ระบุว่าภัยแล้งครั้งนี้มาเร็วผิดปกติ และปี 2026 อาจกลายเป็น "เหตุการณ์รอบศตวรรษ" พร้อมเรียกร้องให้เร่งขุดลอกร่องน้ำบริเวณแม่น้ำไรน์ตอนล่างและตอนกลาง
นักเศรษฐศาสตร์จากไอเอ็นจี คาร์สเตน เบรซสกี เตือนว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจรุนแรงกว่าภัยแล้งปี 2018 ซึ่งฉุด GDP เยอรมนีลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากระดับน้ำต่ำสุดในปีนี้มาถึงก่อนกำหนดปกติซึ่งมักเกิดในเดือนกันยายน-ตุลาคม และยังไม่มีการคาดการณ์ฝนตกในเร็วๆ นี้







