ถอดรหัสเส้นทางไทยสู่ OECD เมื่อ ‘มาตรฐานใหม่’ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด

4 ก.ย. 2569 - 17:19

  • เปลี่ยนบทบาทแข่งสากล: เปลี่ยนจากผู้ตามกติกา สู่ผู้ร่วมกำหนดเกม (Rule Shaper) ในตลาด 38 ประเทศ

  • ทลายกติกาโตเท่าเทียม: ลดต้นทุนแฝง แก้กฎหมายซ้ำซ้อน และหยุดเครดิตเทอมยาว เพื่อ SME ไม่โดนเอาเปรียบ

  • ยกระดับมาตรฐานทางรอด: ไม่ใช่แค่ส่งออก แต่ธุรกิจทั้งห่วงโซ่ต้องปรับตัวเรื่อง ESG และสิทธิมนุษยชน

ถอดรหัสเส้นทางไทยสู่ OECD เมื่อ ‘มาตรฐานใหม่’ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด

ในเวทีเสวนาหัวข้อ "Thailand Roadmap to Membership: ถอดรหัสเส้นทางไทยสู่ OECD" บนเวที Side Stage: Tomorrow’s Business Playbook ในงาน GCNT Expo 2026 สองผู้แทนจากภาครัฐ ได้แก่ รุจิกร แสงจันทร์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มาร่วมฉายภาพความสำคัญของการพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

OECD ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คือเรื่อง ‘คุณภาพชีวิต’ และ ‘มาตรฐาน’

'รุจิกร แสงจันทร์' กล่าวว่า ภาพจำของ OECD อาจดูเป็นเรื่องนโยบายระดับประเทศที่ไกลตัว ทว่าในความเป็นจริงกลับสอดคล้องกับสโลแกน “Better Policies for Better Lives” ตั้งแต่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐาน มลพิษ มลภาวะจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งภัยพิบัติ ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงการขาด ‘มาตรฐานสากล’ ที่รัดกุม

การยื่นใบสมัครเข้าสู่ OECD จึงไม่ใช่เรื่องของเกมการเมืองระหว่างประเทศ แต่เป็นการสมัครใจเข้าสู่กระบวนการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตและกฎเกณฑ์ภายในประเทศให้เทียบเท่าสากล

กิโยตินกฎหมาย ลดต้นทุนแฝง: ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายระดับ พ.ร.บ. กว่า 1,000 ฉบับ, กฎหมายลูกมากกว่า 100,000 ฉบับ และใบอนุญาตประกอบธุรกิจอีกกว่า 2,900 รายการ ซึ่ง TDRI เคยประเมินว่าสร้างต้นทุนแฝงสูงถึง 130,000 ล้านบาท การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย ล่าช้า หรือการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผ่านมาตรฐาน OECD จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: TDRI ประเมินว่า หากไทยสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้สำเร็จ จะช่วยดัน GDP ให้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 1.6% จากการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการลดต้นทุนทางธุรกิจ

oecd-sme-global-value-chain-SPACEBAR-Photo02.png

จาก ‘ผู้ตามกติกา’ สู่ ‘ผู้ร่วมกำหนดเกม’ (Rule Shaper)

‘ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์’ ได้เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเปรียบเสมือน “คนวิ่งตามกติกา” ที่ผู้อื่นกำหนดขึ้น แต่การเข้าสู่ OECD ในช่วงปี 2024–2028 จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนบทบาทของไทยให้กลายเป็น Rule Shaper หรือผู้ร่วมกำหนดกติการะดับโลก

โจทย์หินที่ต่อรองไม่ได้: ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ไทยต้องผ่านการประเมินทางเทคนิคจาก 26 คณะกรรมการสเปกตรัมต่างๆ โดยเฉพาะประเด็น "การต่อต้านคอร์รัปชัน" ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ OECD กำหนดไว้ว่า "ห้ามต่อรอง" ไทยจะต้องพิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงกฎหมายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสังคม

นวัตกรรม AI กับนโยบายสาธารณะ: ในกระบวนการประเมินทางเทคนิค ได้มีการนำ AI มาช่วยตรวจสอบความสอดคล้อง (Matching) ระหว่างกฎหมายไทยกว่าแสนฉบับกับมาตรฐานของ OECD เพื่อเร่งกระบวนการปฏิรูปให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น 

oecd-sme-global-value-chain-SPACEBAR-Photo03.png

สิ่งที่ภาคธุรกิจและประชาชนต้องรับมือ

การเป็นสมาชิก OECD ไม่เพียงแต่สร้างโอกาส แต่ยังมาพร้อมกับการปรับตัวอย่างเข้มข้นของทุกภาคส่วน:

ภาคธุรกิจและ SME: แม้จะไม่ได้ส่งออกโดยตรง แต่ซัพพลายเชนระดับโลกจะบีบให้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit), สิทธิมนุษยชน, การไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก ซึ่งภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทช่วยประคองต้นทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

เยาวชนและการศึกษา: มาตรฐาน OECD จะส่งผลไปถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการประเมินผลอย่าง PISA รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะสูงและทุนต่างชาติ ซึ่งจะเปิดกว้างมากขึ้นในอนาคต

ดังนั้นการก้าวสู่ OECD จึงไม่ใช่แค่การคว้า 'ตราประทับ' ระดับสากล แต่คือกระบวนการบังคับตัวเองให้ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก…

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์