กรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย จาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินท่าทีการประชุมของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาพการประสานนโยบายการเงินและการคลังไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเร่งฟื้นฟูและ “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย” อย่างจริงจัง
KSS มองว่า การส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้น แต่เป็น “Reform Signal” ที่สนับสนุนรอบการลงทุนใหม่ และเพิ่มโอกาส Re-rating ต่อตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป
สาระสำคัญจากที่ประชุม BOT
1) ลดดอกเบี้ยเพื่อหนุนการลงทุนและการคลัง
• เศรษฐกิจฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง
• เงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น
• ต้องการหนุนการฟื้นตัวกลับสู่ศักยภาพเต็มกำลัง
• ช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว
• การส่งผ่านดอกเบี้ยขึ้นกับธนาคารพาณิชย์
2) เปิดช่องลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากความไม่แน่นอนสูงขึ้น
• ประเมิน Policy Space เหลือราว -50 bps
• เทียบช่วงต่ำสุดโควิดที่ 0.5%
มุมมองเชิงกลยุทธ์: ตลาดหุ้นมีโอกาส Re-rating
KSS ระบุว่า ทิศทางดังกล่าวสอดรับธีม “4 Arrows of The Great Re-rating” ที่ฝ่ายวิจัยนำเสนอ โดยมีแรงหนุนสำคัญ 3 ด้าน
- ดอกเบี้ยขาลง หนุน Valuation ตลาด ทุกการลดดอกเบี้ย 0.25% มีนัยบวกต่อดัชนีผ่านกลไก ERP ราว 50–60 จุด ประเมินเป้าหมาย SET ปี 2026 ที่ 1,600 จุด (กรณีดีที่สุด 1,650 จุด)
- Private Investment เร่งตัว แรงส่งจากทั้งนโยบายการเงินและการคลัง
สถิติชี้ความสัมพันธ์ระหว่าง Private Investment กับ SET สูงถึง 0.87 เท่า สะท้อนโอกาส Re-rating - ธีมหุ้นได้อานิสงส์ชัด
กลุ่ม Finance รับประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง และฟื้นตัวทั่วถึง
• KTC
• MTC
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
• AMATA
• WHA
กลุ่มสาธารณูปโภค
• พลังงาน: PTT
• ไฟฟ้า: GULF, GPSC
• สื่อสาร: TRUE, ADVANC
• คมนาคม: BEM
กลุ่มรับเหมา (เก็งกำไร)
• STECON
• PYLON
• INSET
กลุ่มธนาคาร (ตั้งรับ)
• KTB, KBANK, BBL
หุ้นเด่นระยะสั้น: MTC, KTC, AMATA, GULF, ADVANC




