สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย มอง Bitcoin ปีหน้า ยังเป็นสินทรัพย์แห่งความหวัง ลุ้นกลับสู่ขาขึ้น แตะ $100,000 อีกครั้ง

30 ธ.ค. 2568 - 09:15

  • เป้าหมาย 120,000 ดอลลาร์: จากปัจจัย Fed ลดดอกเบี้ย และลุ้นรัฐบาลสหรัฐฯ ซื้อบิตคอยน์เข้าคลังสำรอง (Strategic Reserve) เป็นครั้งแรก!

  • MSCI ล็อกเป้า 15 ม.ค.: จับตา MicroStrategy จะอยู่หรือไป? เชื่อตลาดรับรู้ข่าวร้ายไปแล้ว หากถูกถอดจริงกระทบจำกัด เพราะบริษัทไม่มีนโยบายขาย BTC

  • "แร่เงิน" ม้ามืดปีหน้า: นอกจากทองและบิตคอยน์ แร่เงินคือสินทรัพย์ที่น่าจับตา เพราะความต้องการในชิป AI และรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงกว่าซัพพลาย

สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย มอง Bitcoin ปีหน้า ยังเป็นสินทรัพย์แห่งความหวัง ลุ้นกลับสู่ขาขึ้น แตะ $100,000 อีกครั้ง

สภาวะตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงโค้งสุดท้ายของปีมีการขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ นเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ได้ให้มุมมองต่อทิศทางบิตคอยน์ (Bitcoin) และสินทรัพย์ทางเลือกในปีหน้า โดยเชื่อมั่นว่าการปรับฐานใหญ่ใกล้สิ้นสุดลง และบิตคอยน์ยังคงเป็น "สินทรัพย์ทางรอด" ที่สำคัญในพอร์ตการลงทุน และมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในปีหน้า

ปัจจัยบวก: ดอกเบี้ยขาลง และความหวัง "คลังสำรองสหรัฐฯ"

นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดเผยกับ SPACEBAR โดยระบุว่า ปัจจัยบวกหลักของ Bitcoin ในปีหน้า มาจากแนวโน้มที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้าสู่รอบการลดดอกเบี้ย แม้ตลาดอาจมองว่าการลดจะไม่รุนแรง แต่ทิศทางนโยบายการเงินที่ “ผ่อนคลายมากขึ้น” ถือเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

นอกจากนี้ หากเกิด "Positive Surprise" เช่น การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ใช่กรณีฐานที่ตลาดคาดหวัง

อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา คือ ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐจะเข้าซื้อ Bitcoin เข้าคลัง ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยได้ Bitcoin จากการยึดทรัพย์ แต่ยังไม่เคยซื้อโดยตรง หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นแรงผลักดันเชิงจิตวิทยาและเชิงโครงสร้างต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยลบ: ความกังวลดัชนี MSCI กับ MicroStrategy

ประเด็นที่นักลงทุนกังวลคือกรณีที่ MSCI อาจถอด MicroStrategy (MSTR) ออกจากดัชนีในวันที่ 15 มกราคมนี้ นเรศมองว่าตลาดได้ "Price In" หรือรับรู้ข่าวร้ายไปส่วนหนึ่งแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 * หากไม่ถูกถอด: จะมีแรงซื้อคืนมหาศาลจากความมั่นใจที่กลับมา

 * หากถูกถอด: คาดว่าราคาจะกระทบเพียงระยะสั้น

เนื่องจากกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการขายหุ้นเพื่อสำรองเงินทุนแทนการขายบิตคอยน์นั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเชื่อว่า บริษัทจะไม่ขายบิตคอยน์ออกมา จึงไม่น่าเกิดแรงกระแทกต่อตลาดในวงกว้าง

ลุ้น Bitcoin กลับสู่ขาขึ้นทำ ATH แตะ $120,000 อีกครั้งปีหน้า

ในเชิงราคา นเรศประเมินว่าบิตคอยน์อาจมีการย่อตัวลงมาอีกครั้ง แต่ระดับประมาณ 80,000 ดอลลาร์ ยังเป็นแนวรับที่แข็งแรง ขณะที่เป้าหมายระยะถัดไปยังมีโอกาสเห็นการกลับไปทำ All Time High ใหม่ โดยระดับ 100,000–120,000 ดอลลาร์ในปีหน้าถือว่ายังเป็นไปได้ จากแรงหนุนของการลดดอกเบี้ยและความคาดหวังเชิงนโยบายจากสหรัฐ

สำหรับคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ยังคงต้องติดตามทิศทางกฎระเบียบของ ก.ล.ต. สหรัฐ ซึ่งน่าจะออกมาในเชิงบวก แต่จะส่งผลดีเฉพาะเหรียญหลัก เช่น ETH, XRP และ Solana ขณะที่เหรียญขนาดเล็กยังต้องพึ่งพาสภาพคล่องเป็นหลัก

ทอง-เงิน-บิตคอยน์: 3 ทหารเสือสู้ดอลลาร์ด้อยค่า

ในมุมมองของการลงทุนระยะยาว นเรศยังยกให้ ทองคำ และ บิตคอยน์ เป็นสินทรัพย์หลักในการป้องกันการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ (Dollar Debasement) โดยมี "แร่เงิน" (Silver) เป็นม้ามืดที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความต้องการทั้งในฐานะโลหะมีค่าและวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ชิป AI และแบตเตอรี่ ซึ่งอาจทำให้แร่เงินให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าทองคำในปีหน้า

กลยุทธ์การลงทุน: DCA คือคำตอบ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสะสม บิตคอยน์ในระดับราคาประมาณ 80,000 - 87,000 ดอลลาร์ถือเป็นจุดที่ทยอยสะสมได้ ส่วนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่อง Valuation ที่สูงและการแข่งขันจาก AI จีน แต่หากมองข้ามความผันผวนระยะสั้นไปได้ การถือยาว 3-4 ปี ตามกระแส AI ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์