สภาวะตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงโค้งสุดท้ายของปีมีการขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ นเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ได้ให้มุมมองต่อทิศทางบิตคอยน์ (Bitcoin) และสินทรัพย์ทางเลือกในปีหน้า โดยเชื่อมั่นว่าการปรับฐานใหญ่ใกล้สิ้นสุดลง และบิตคอยน์ยังคงเป็น "สินทรัพย์ทางรอด" ที่สำคัญในพอร์ตการลงทุน และมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในปีหน้า
ปัจจัยบวก: ดอกเบี้ยขาลง และความหวัง "คลังสำรองสหรัฐฯ"
นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดเผยกับ SPACEBAR โดยระบุว่า ปัจจัยบวกหลักของ Bitcoin ในปีหน้า มาจากแนวโน้มที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้าสู่รอบการลดดอกเบี้ย แม้ตลาดอาจมองว่าการลดจะไม่รุนแรง แต่ทิศทางนโยบายการเงินที่ “ผ่อนคลายมากขึ้น” ถือเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง
นอกจากนี้ หากเกิด "Positive Surprise" เช่น การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ใช่กรณีฐานที่ตลาดคาดหวัง
อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา คือ ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐจะเข้าซื้อ Bitcoin เข้าคลัง ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยได้ Bitcoin จากการยึดทรัพย์ แต่ยังไม่เคยซื้อโดยตรง หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นแรงผลักดันเชิงจิตวิทยาและเชิงโครงสร้างต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยลบ: ความกังวลดัชนี MSCI กับ MicroStrategy
ประเด็นที่นักลงทุนกังวลคือกรณีที่ MSCI อาจถอด MicroStrategy (MSTR) ออกจากดัชนีในวันที่ 15 มกราคมนี้ นเรศมองว่าตลาดได้ "Price In" หรือรับรู้ข่าวร้ายไปส่วนหนึ่งแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
* หากไม่ถูกถอด: จะมีแรงซื้อคืนมหาศาลจากความมั่นใจที่กลับมา
* หากถูกถอด: คาดว่าราคาจะกระทบเพียงระยะสั้น
เนื่องจากกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการขายหุ้นเพื่อสำรองเงินทุนแทนการขายบิตคอยน์นั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเชื่อว่า บริษัทจะไม่ขายบิตคอยน์ออกมา จึงไม่น่าเกิดแรงกระแทกต่อตลาดในวงกว้าง
ลุ้น Bitcoin กลับสู่ขาขึ้นทำ ATH แตะ $120,000 อีกครั้งปีหน้า
ในเชิงราคา นเรศประเมินว่าบิตคอยน์อาจมีการย่อตัวลงมาอีกครั้ง แต่ระดับประมาณ 80,000 ดอลลาร์ ยังเป็นแนวรับที่แข็งแรง ขณะที่เป้าหมายระยะถัดไปยังมีโอกาสเห็นการกลับไปทำ All Time High ใหม่ โดยระดับ 100,000–120,000 ดอลลาร์ในปีหน้าถือว่ายังเป็นไปได้ จากแรงหนุนของการลดดอกเบี้ยและความคาดหวังเชิงนโยบายจากสหรัฐ
สำหรับคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ยังคงต้องติดตามทิศทางกฎระเบียบของ ก.ล.ต. สหรัฐ ซึ่งน่าจะออกมาในเชิงบวก แต่จะส่งผลดีเฉพาะเหรียญหลัก เช่น ETH, XRP และ Solana ขณะที่เหรียญขนาดเล็กยังต้องพึ่งพาสภาพคล่องเป็นหลัก
ทอง-เงิน-บิตคอยน์: 3 ทหารเสือสู้ดอลลาร์ด้อยค่า
ในมุมมองของการลงทุนระยะยาว นเรศยังยกให้ ทองคำ และ บิตคอยน์ เป็นสินทรัพย์หลักในการป้องกันการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ (Dollar Debasement) โดยมี "แร่เงิน" (Silver) เป็นม้ามืดที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความต้องการทั้งในฐานะโลหะมีค่าและวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ชิป AI และแบตเตอรี่ ซึ่งอาจทำให้แร่เงินให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าทองคำในปีหน้า
กลยุทธ์การลงทุน: DCA คือคำตอบ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสะสม บิตคอยน์ในระดับราคาประมาณ 80,000 - 87,000 ดอลลาร์ถือเป็นจุดที่ทยอยสะสมได้ ส่วนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่อง Valuation ที่สูงและการแข่งขันจาก AI จีน แต่หากมองข้ามความผันผวนระยะสั้นไปได้ การถือยาว 3-4 ปี ตามกระแส AI ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี



