บทวิเคราะห์: ‘น้ำมันสำรอง 60 วัน’ วิกฤตฮอร์มุซในเงาสงคราม จุดเปราะบางพลังงานไทย

4 มี.ค. 2569 - 12:43

  • วิกฤตฮอร์มุซตัดช่อง 1 ใน 3 ของพลังงานไทย ราคาน้ำมันอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ค่าไฟคือจุดเปราะบางที่สุด ตรึงราคาได้ชั่วคราว แต่ต้นทุนจริงกำลังสะสม

  • บททดสอบสู่ความยั่งยืน นักวิชาการเสนอเร่งคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์-ลงทุนพลังงานสะอาด ลดพึ่งพานำเข้า

บทวิเคราะห์: ‘น้ำมันสำรอง 60 วัน’ วิกฤตฮอร์มุซในเงาสงคราม จุดเปราะบางพลังงานไทย

ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง และการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก คำถามที่ขึ้นมาในหัวคือ “ราคาน้ำมันจะขึ้นเท่าไร?” ตามมาด้วย “ระบบพลังงานไทยเปราะบางแค่ไหน?” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนจากสงครามภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่าไทยนำเข้าพลังงานจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของการใช้พลังงานทั้งหมด การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ย่อมส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งต่อราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และต้นทุนค่าไฟฟ้า

_2026 SPB ALL Template V01-SPACEBAR-Photo01.jpg

“ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกและจุดเปราะบางของไทย

สำหรับช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 30% ของพลังงานโลก ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 85% และนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าราว 40% โดยในจำนวนนี้มีสัดส่วนหนึ่งที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว

“หากปิดจริง ราคาน้ำมันดิบโลกจะขยับขึ้นทันที ซึ่งขณะนี้ราคาก็ปรับขึ้นมาบริเวณ 77–80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว และมีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ” ดร.อารีพร ระบุ พร้อมชี้ว่าแม้หลายฝ่ายประเมินว่าวิกฤตอาจไม่ยาวนานเพราะกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก แต่ความไม่แน่นอนคือปัจจัยเสี่ยงที่ไทยต้องเตรียมรับมือ

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน
วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายและคงเหลือรวม 4,877 ล้านลิตร และมีน้ำมันดิบอยู่ระหว่างขนส่งอีก 2,783 ล้านลิตร รวมทั้งสิ้น 7,660 ล้านลิตร เพียงพอใช้งานได้ประมาณ 60 วัน ในกรณีไม่สามารถจัดหาเพิ่มเติมได้

ระยะสั้น เครื่องมือพยุงราคา “ซื้อเวลา” ได้

ในมิติน้ำมัน ไทยยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 60 วัน และมีเครื่องมือบรรเทาผลกระทบ 3 ส่วน ได้แก่

  • กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  • การใช้น้ำมันสำรอง
  • การปรับลดภาษีสรรพสามิต

ดร.อารีพร อธิบายว่ามาตรการเหล่านี้สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศได้ หากวิกฤตไม่ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน แต่หากสถานการณ์ลากยาว เครื่องมือดังกล่าวจะมีข้อจำกัด และภาระทางการคลังอาจเพิ่มสูงขึ้น

thai-middleeast-crisis-response-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

ความเสี่ยงที่ลึกกว่า ต้นทุนค่าไฟและภาระซ่อนเร้น

ผลกระทบที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือภาคไฟฟ้า ซึ่งพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก หากต้นทุน LNG ปรับสูงขึ้น ค่าไฟย่อมสะท้อนต้นทุนจริงในระบบ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประกาศตรึงค่าไฟไม่เกิน 3.98 บาทต่อหน่วยในปีนี้ ทำให้ภาระส่วนต่างอาจตกอยู่กับรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ ปตท. ซึ่งสุดท้ายภาครัฐอาจต้องชดเชยในภายหลัง

“การตรึงราคาเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ต้นทุนไม่ได้หายไปไหน หากไม่ปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อสะท้อนต้นทุนอย่างเหมาะสม ปัญหาจะสะสมและกระทบเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว”

ดร.อารีพร ระบุ

บทเรียนสู่ความยั่งยืน ลดพึ่งพา นำทางด้วยพลังงานสะอาด

ในหมวดสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน วิกฤตครั้งนี้สะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างที่ไทยต้องเผชิญ คือ การพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูงเกินไป และยังขาด “กันชนเชิงยุทธศาสตร์” ที่เพียงพอ

นักวิชาการทีดีอาร์ไอเสนอให้ภาครัฐเร่งวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะการจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นต่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงเร่งลงทุนพลังงานสะอาดในประเทศ ควบคู่กับเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

“พลังงานสะอาดอาจยังไม่เสถียรเต็มที่ แต่หากมีระบบกักเก็บพลังงานและสมาร์ทกริดที่ดี จะช่วยเสริมเสถียรภาพและลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าได้”เธอกล่าว พร้อมย้ำว่าความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต้องเดินไปพร้อมกัน

วิกฤตที่มากกว่าสงคราม

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่า วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการทูตหรือการทหาร หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงพลังงานในประเทศปลายทางอย่างไทยโดยตรง

ท่ามกลางโลกที่เผชิญทั้งสงคราม และสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ประเทศไทยจะพยุงราคาพลังงานได้นานแค่ไหน และไทยจะใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสู่ “ระบบพลังงานที่ยั่งยืน” และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นหรือไม่? นี่คือสิ่งที่ประชาชนเฝ้าจับตาจากรัฐบาลรักษาการณ์ชุดนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์