กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด ล่าสุด อิหร่าน ประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงาน ได้เรียกประชุมผู้ค้าน้ำมันเป็นการด่วน เพื่อเตรียมแผนจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณสำรองในประเทศเพียงพอต่อความต้องการใช้
สำรองรวม 7,660 ล้านลิตร ใช้ได้ 60 วัน
ข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายและคงเหลือรวม 4,877 ล้านลิตร และมีน้ำมันดิบอยู่ระหว่างขนส่งอีก 2,783 ล้านลิตร รวมทั้งสิ้น 7,660 ล้านลิตร เพียงพอใช้งานได้ประมาณ 60 วัน ในกรณีไม่สามารถจัดหาเพิ่มเติมได้
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นได้ต่อเนื่อง แม้ราคามีแนวโน้มปรับเพิ่มตามตลาดโลก
เตรียมใช้กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคา
กระทรวงพลังงานเตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย หากราคาขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานผันผวน
สำหรับกระแสข่าวการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว และประเทศเพื่อนบ้านนั้น โฆษกกระทรวงยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามสัญญาที่มีอยู่ก่อนเกิดเหตุการณ์ พร้อมย้ำความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ ซึ่งไทยนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ควบคู่กันด้วย
ทั้งนี้ ได้กำชับมาตรการควบคุมไม่ให้มีการส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม และหากสถานการณ์ยืดเยื้อจนกระทบความมั่นคงพลังงานในระดับวิกฤต รัฐพร้อมพิจารณามาตรการระงับการส่งออกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
“ขอให้ประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน การจัดเก็บในปริมาณมากอาจผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงพลังงานเชื่อมั่นว่าปริมาณสำรองมีเพียงพอ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”
— วีรพัฒน์ กล่าว




