คลังแจง 5 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดแรงกระแทกเศรษฐกิจไทย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดทำ “กลยุทธ์ตั้งรับควบคู่แสวงหาโอกาส” เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย พร้อมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด
มาตรการรองรับแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ครอบคลุมพลังงาน การค้า การท่องเที่ยว ตลาดเงินตลาดทุน และแรงงานไทยในต่างประเทศ
พลังงาน มีสำรอง 60 วัน ใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคา
ด้านพลังงานถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันคิดเป็นราว 20% ของปริมาณน้ำมันโลก หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 5–10% จากระดับปัจจุบัน รัฐบาลได้เตรียมกลไกดูแลไว้แล้ว
ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 60 วัน และมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น เป้าหมายสำคัญคือไม่ให้ต้นทุนพลังงานส่งผ่านกระทบประชาชนโดยตรง และรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ
การค้า กระทบตรงจำกัด แต่จับตาค่าระวางเรือ
ผลกระทบทางตรงด้านการค้าค่อนข้างจำกัด โดยไทยส่งออกไปยังตะวันออกกลางไม่ถึง 4% และนำเข้าประมาณ 8% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางอ้อมอาจมาจากค่าระวางเรือและค่าพรีเมียมประกันภัยที่สูงขึ้นจากภาวะสงคราม ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น
กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้หารือกับภาคเอกชน เพื่อเตรียมมาตรการลดผลกระทบด้านต้นทุนโลจิสติกส์
ท่องเที่ยว กระทบจำกัด มองเป็นจังหวะขยายตลาด
ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนราว 4% ของตลาดรวม จึงคาดว่าผลกระทบทางตรงมีไม่มาก ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและคมนาคมมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสในการขยายตลาดและเส้นทางบินในบางภูมิภาค
ตลาดเงิน-ทุน ยังเสถียร ทุนสำรองแกร่ง
ในภาวะสงคราม นักลงทุนมักโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ อย่างไรก็ดี ตลาดทุนไทยยังเคลื่อนไหวในกรอบที่สะท้อนเสถียรภาพ โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% ก่อนอ่อนตัวลงราว 2%
ขณะเดียวกัน ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับความผันผวนในระยะหนึ่ง สะท้อนความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินประเทศ
ดูแลแรงงานไทยใกล้ชิด
ด้านแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานดูแลความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนเห็นพ้องต้องกันในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานไม่เพียงตั้งรับความเสี่ยง แต่ต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการลงทุนและการขยายตลาดในช่วงที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน




