ประเด็นเรื่องการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทยกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้
ประเทศไทยมีจำนวนอาวุธปืนต่อประชากรมากกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนคดีฆาตกรรมด้วยปืนสูงที่สุดในภูมิภาครองจากฟิลิปปินส์ ตามข้อมูลจากฐานข้อมูลภาระโรคทั่วโลกปี 2019 ของสถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน
จากข้อมูลปี 2017 ของ Small Arms Survey พบว่าในปี 2017 ประเทศไทยมีอาวุธปืนในมือพลเรือนประมาณ 10.342 ล้านกระบอก หรือคิดเป็น 15.1 กระบอกต่อประชากร 100 คน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน
จากจำนวนอาวุธปืนทั้งหมดที่ประเมินไว้ในประเทศไทย มี 6,221,180 กระบอกที่จดทะเบียน และ 4,120,820 กระบอกที่ไม่ได้จดทะเบียน ตัวเลขเหล่านี้คำนวณจากจำนวนประชากรในปี 2017 ที่ 68.298 ล้านคน และอิงจากการประมาณการของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การนับจำนวนจริงอย่างครอบคลุม
เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในอาเซียน อัตราการครอบครองอาวุธปืนของไทยสูงกว่ากัมพูชาถึง 3 เท่า โดยกัมพูชามีอัตราอยู่ที่ 4.5 กระบอกต่อประชากร 100 คน ฟิลิปปินส์มีอัตราประมาณ 3.6 กระบอกต่อประชากร 100 คน และลาวอยู่ที่ 3.0 กระบอก เมียนมาและเวียดนามอยู่ที่ 1.6 กระบอกเท่ากัน ขณะที่บรูไนอยู่ที่ 1.4 มาเลเซียอยู่ที่ 0.7 และสิงคโปร์และติมอร์-เลสเตอยู่ที่ 0.3 ส่วนอินโดนีเซียมีอัตราประมาณ 0.0 กระบอกต่อประชากร 100 คน
ตัวเลขเหล่านี้วัดจากจำนวนอาวุธปืนที่พลเรือนครอบครอง ไม่ใช่สัดส่วนของประชากรที่เป็นเจ้าของปืน บุคคลหนึ่งอาจครอบครองอาวุธปืนได้มากกว่าหนึ่งกระบอก ดังนั้นอัตรา 15.1 กระบอกต่อประชากร 100 คน จึงไม่ควรตีความว่า 15.1% ของประชากรไทยเป็นเจ้าของอาวุธปืน
นอกจากนี้ Small Arms Survey ยังเตือนไม่ให้ถือว่าตัวเลขประมาณการเหล่านี้เป็นจำนวนอาวุธปืนที่แน่นอน ฐานข้อมูลระดับโลกขององค์กรนี้รวบรวมข้อมูลจากภาครัฐควบคู่ไปกับการสำรวจและการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ในขณะที่อาวุธปืนที่ไม่ได้ลงทะเบียนนั้นยากต่อการประเมินจำนวน
อันที่จริงไทยมีกฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวด โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีสำหรับผู้ที่ครอบครองปืนโดยผิดกฎหมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้เป็นปัญหามาโดยตลอด
และแม้จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตปืนในประเทศไทย แต่ประชาชนก็ยังสามารถหาซื้ออาวุธปืนได้ค่อนข้างง่าย ไม่ว่าจะโดยถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม
ตลาดมืด ปัญหาการทุจริตและการควบคุมที่หละหลวมในตำรวจและทหาร ทำให้มีอาวุธตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี
หลังเหตุการณ์ยิงกันในปี 2023 อนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งให้ใช้มาตรการควบคุมอาวุธปืนหลายประการ รวมถึงการห้ามออกใบอนุญาตใหม่ในระยะสั้น การจำกัดการนำเข้า และการห้ามบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้สนามยิงปืน
มาตรการระยะยาวอื่นๆ ยังรวมถึงการขอใบรับรองแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพจิตและสภาพจิตใจของผู้ครอบครองอาวุธปืน ตลอดจนการกำหนดระยะเวลาที่ใบอนุญาตอาวุธปืนบางประเภทมีผลบังคับใช้
อย่างไรก็ดี ระบบการออกใบอนุญาตของประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดการคัดกรองสุขภาพจิตสำหรับผู้ที่ยื่นขออนุญาตครอบครองปืน อนุญาตให้บุคคลที่มีอายุเพียง 20 ปีครอบครองอาวุธได้ และไม่มีการกำหนดให้มีการประเมินซ้ำเป็นระยะสำหรับผู้ถือใบอนุญาต
เหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนครั้งล่าสุดจึงนำมาสู่การถกเถียงประเด็นเรื่องการเข้าถึง การออกใบอนุญาต และการควบคุมอาวุธปืนในระดับชาติอีกครั้ง
Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA / AFP





