ข้อมูลล่าสุดของเดือนเมษายนเผยให้เห็นว่า แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่การสัญจรของเรือบรรทุกนำมันและเรือสินค้าแทบจะไม่มี บางครั้งมีเพียง 2-3 ลำเท่านั้น จากเดิมที่พลุกพล่านมีเรือผ่านวันละ 120-140 ลำ หรือลดลงถึง 90% หรือมากกว่านั้นในบางช่วงเวลา โดยเรือจำนวนมากจอดนิ่งอยู่นอกช่องแคบในอ่าวโอมานแทนที่จะเสี่ยงแล่นผ่านช่องแคยฮอร์มุซ
การยกเลิกประกันความเสี่ยงจากสงครามในช่วงต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้การเดินเรือพาณิชย์หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม แม้กระทั่งตอนนี้ เมื่อบางฝ่ายระบุว่าช่องแคบได้เปิดบางส่วนแล้วในบางช่วงเวลา ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ยังคงปฏิเสธที่จะผ่าน ในบางกรณี บริษัทขนส่งชั้นนำของโลกไม่มีบริษัทใดเต็มใจที่จะขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลย
เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดงและคลองสุเอซ
แม้จะมีความพยายามในการรักษาเสถียรภาพเป็นระยะๆ แต่ปริมาณการจราจรผ่านเส้นทางทะเลแดงยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปิดให้บริการอีกครั้งมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยปริมาณการขนส่งผ่านคลองสุเอซยังคงต่ำกว่าระดับก่อนวิกฤตอย่างมาก เป็นที่ชัดเจนว่ามาตรการจูงใจต่างๆ เช่น ส่วนลดค่าธรรมเนียมการผ่านแดนนั้นไม่สามารถดึงดูดเรือให้กลับมา กลุ่มฮูตีไม่จำเป็นต้องปิดเส้นทางนี้อย่างถาวร พวกเขาเพียงแค่ทำให้เส้นทางนี้ไม่น่าเชื่อถือเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขนส่งทางเรือทั่วโลก เพราะประเด็นสำคัญคือ ความเชื่อมั่น
ตอนที่ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ บรรดาเรือสินค้าที่มุ่งหน้าเอเชียและยุโรปต่างก็เปลี่ยนเส้นทางไปใช้แหลมกู๊ดโฮป แม้ระยะทางจะเพิ่มขึ้นและจะต้องเดินเรือนานขึ้นอีก 10-14 วันก็ตาม และนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนเส้นทางชั่วคราวเท่านั้น แต่ได้ฝังแน่นอยู่ในโครงสร้างเครือข่ายแล้ว บริษัทขนส่งสินค้ากำลังปรับตารางเวลาใหม่ จัดสรรกองเรือใหม่ และกำหนดกลยุทธ์เส้นทางใหม่โดยคำนึงถึงความไม่เสถียรของช่องแคบต่างๆ เป็นพื้นฐาน
ซีริล วิดเดอร์โชเวน นักวิเคราะห์อาวุโส ด้านการเดินเรือ พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ และที่ปรึกษาอาวุโสของ Blue Water Strategy มองว่า แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้ การสัญจรก็จะไม่กลับสู่สภาวะปกติโดยทันที
ในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ การสู้รบกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านแสดงให้เห็นว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกใช้เป็น “เครื่องมือเชิงอำนาจ” ความสามารถในการขัดขวางช่องแคบฮอร์มุซหรือช่องแคบบับเอลมันเดบ แม้เพียงชั่วคราว ก็มอบอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่าขีดความสามารถทางทหารแบบดั้งเดิมอย่างมาก สิ่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดการเสริมกำลังทางทหารในเส้นทางเดินเรือมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดการขัดขวางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่องแคบบับเอลมันเดบ ช่องแคบมะละกา และช่องแคบอื่นๆ จำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่
สำหรับเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ที่พึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากประเทศอ่าวเป็นหลัก จะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ความผันผวนที่มากขึ้น และห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนกว่าเดิม แรงกดดันทางเศรษฐกิจ ภาระทางการเงิน และความไม่มั่นคงอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงในอนาคต





