นายกฯ อิตาลีเตือนยุโรปต้องเสริมสร้างความมั่นคงของตัวเองหลังทรัมป์ขู่ถอนทหารจากเยอรมนี

5 พ.ค. 2569 - 17:01

  •   นายกฯ อิตาลีเผยว่า สหรัฐฯ หารือเกี่ยวกับการถอนกำลังออกจากยุโรปมาสักระยะหนึ่งแล้ว

  • ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่า จะถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี

  • ทรัมป์มองว่า กองกำลังสหรัฐฯ แบกรับภาระความรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตะวันตกมากเกินไป

นายกฯ อิตาลีเตือนยุโรปต้องเสริมสร้างความมั่นคงของตัวเองหลังทรัมป์ขู่ถอนทหารจากเยอรมนี

นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลีเตือนว่า ยุโรปต้องเพิ่ม “ขีดความสามารถในการตอบโต้” ของตัวเอง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะลดกำลังทหารของสหรัฐฯ ในเยอรมนี อิตาลี และสเปน

เมโลนีเน้นย้ำว่า ทวีปยุโรป “ต้องเสริมสร้างความมั่นคงของเรา” ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปที่กรุงเยเรวานของอาร์เมเนีย

“ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐฯ หารือเกี่ยวกับการถอนกำลังออกจากยุโรปมาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฉันคิดว่าเราต้องเสริมสร้างความมั่นคงของเราและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้” เมโลนีเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์

“มันเป็นทางเลือกที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน และเป็นทางเลือกที่ฉันเองก็ไม่เห็นด้วย” ผู้นำอิตาลีระบุ

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่า จะถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี ประณามแนวทางการเจรจากับอิหร่านของสหรัฐฯ นี่เป็นสัญญาณล่าสุดของความสัมพันธ์ที่กำลังพังทลายลงระหว่างทำเนียบขาวและสมาชิกนาโตในช่วงวาระที่สองของทรัมป์

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอ้างซ้ำหลายครั้งว่า กองกำลังสหรัฐฯ แบกรับภาระความรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตะวันตกมากเกินไป ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อของรัสเซียในยูเครน ต่อมาทรัมป์กล่าวหาอิตาลีและสเปนว่า ไม่ให้ความช่วยเหลือในการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

รัฐมนตรีหลายคนในยุโรป รวมถึงเมโลนี ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในการโจมตีครั้งนี้ โดยประณามว่าการโจมตีดังกล่าวผิดกฎหมายหรืออยู่นอกขอบเขตของกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อวันจันทร์ เมโลนีเน้นย้ำว่าอิตาลี “รักษาสัญญาเสมอมา”

“ดิฉันไม่คิดว่าบางสิ่งที่กล่าวถึงเรานั้นถูกต้อง” เธอเผย

ทั้งนี้ เมโลนีจะพบกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่กรุงโรมในวันศุกร์นี้

Photo by ANDREAS SOLARO / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์