ผู้แสวงบุญฮัจญ์กว่า 1.5 ล้านคนจากทั่วทุกมุมโลกกำลังใช้สารพัดวิธีเอาตัวรอดและรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุในเมืองมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ขณะแสวงบุญในพิธีฮัจญ์ประจำปี ท่ามกลางอุณหภูมิที่คาดว่าจะสูงถึง 42-47 องศาเซลเซียส
อินาส กามาล นักแสวงบุญชาวอียิปต์ ต้องเปลี่ยนแผนการละหมาดที่มัสยิดอัลฮะรอมในช่วงกลางวัน หันมาอยู่ในห้องพักปรับอากาศแทน เนื่องจากความร้อนที่รุนแรงกว่าที่คาดไว้
"ร้อนมากจริง ร้อนกว่าที่คิดไว้เยอะ"
— แม่ลูกสี่ที่มาแสวงบุญครั้งแรกกล่าวขณะปรับแว่นตากันแดด

มาตรการรับมือความร้อน
เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียนำระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมาใช้ระบายความร้อนในบริเวณลานมัสยิดอัลฮะรอม พร้อมติดตั้งพัดลมขนาดใหญ่ ระบบพ่นหมอกน้ำ และระบบทำความเย็นใต้พื้น รถบรรทุกแจกจ่ายน้ำดื่มเย็นฟรีให้นักแสวงบุญอย่างต่อเนื่อง
อิหมาด อาเหม็ด หนึ่งในผู้แสวงบุญจากอังกฤษ เผยว่าต้องดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่อุดมด้วยเกลือแร่เป็นจำนวนมาก เพราะเราเหงื่อออกตลอดเวลาและเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
ขณะที่ โมฮัมเหม็ด นาบิล อาจารย์วิทยาลัยวัย 43 ปีจากแอลจีเรีย เผยใช้วิธีราดน้ำใส่หน้าเพื่อคลายร้อนขณะเดินทั้งวัน 30,000 ก้าว
ไอศกรีมและร่มเงา
ร้านไอศกรีมกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้แสวงบุญ ขณะที่หลายคนแสวงหาร่มเงาจากอาคารใกล้มัสยิด หรือนอนพักบนพรมใต้พัดลมขนาดใหญ่ในอาคารปิดขณะรอเวลาละหมาด การแสวงบุญฮัจญ์ได้เริ่มอย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ผ่านมา
ความท้าทายทางการแพทย์
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย คาดการณ์ว่าอุณหภูมิในช่วงกลางวันจะอยู่ระหว่าง 42-47 องศาเซลเซียส กระทรวงสาธารณสุขเตรียมบุคลากรทางการแพทย์กว่า 50,000 คน และรถพยาบาล 3,000 คันเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าทีมแพทย์รักษาผู้ป่วยอาการลมแดดไปแล้ว 144 คน
จามีล อาบูอาเลไนน์ จากกระทรวงสาธารณสุข เผยความกังวลหลักคือ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น และแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ ใช้ร่ม และหลีกเลี่ยงการออกแดดนานเกินไป

บทเรียนจากปีที่แล้ว
ในปี 2024 มีนักแสวงบุญเสียชีวิตกว่า 1,300 คน เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ทำให้การเตรียมรับมือความร้อนครั้งนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะในวันอังคารที่จะมาถึง เมื่อนักแสวงบุญต้องขึ้นไปบนภูเขาอาราฟะห์ซึ่งมีร่มเงาน้อยมาก




