ฝรั่งเศสยังลุกเป็นไฟ! คลื่นมหาชนกว่า 6 แสนคนลงถนนประท้วงต้านวิกฤตของแพงอีกครั้ง ใหญ่สุดในรอบ 3 ปี

6 พ.ย. 2569 - 11:56

  • คลื่นมหาชนชาวฝรั่งเศสกว่า 6 แสนคน (สหภาพแรงงานระบุว่าสูงถึง 1.57 ล้านคน) พากันลงถนนเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 นำโดย 5 สหภาพแรงงานยักษ์ใหญ่เพื่อเรียกร้องการขึ้นค่าแรงและงบประมาณบริการสาธารณะ

  • ตัวเลขผู้เข้าร่วมการประท้วงในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ที่ผ่านมา (แม้ยังเป็นเพียงตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ) ทุบสถิติเดิมของการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  • ด้าน เซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรี ประกาศเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับแกนนำแรงงานและกลุ่มนายจ้างในวันจันทร์หน้า (9 พ.ย.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน

french-protests-numbers-surge-as-unions-join-strikes-over-high-cost-of-living-SPACEBAR-Hero.jpg

คลื่นมหาชนชาวฝรั่งเศสกว่า 6 แสนคน (สหภาพแรงงานระบุว่าสูงถึง 1.57 ล้านคน) พากันลงถนนเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 นำโดย 5 สหภาพแรงงานยักษ์ใหญ่เพื่อเรียกร้องการขึ้นค่าแรงและงบประมาณบริการสาธารณะ

การประท้วงดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนจากปัญหาความขาดแคลนในโรงเรียนมัธยม ก่อนจะลุกลามสู่มหาวิทยาลัย กลุ่มคนทำงาน และการฟื้นคืนชีพของม็อบ ‘เสื้อกั๊กเหลือง’ (gilets jaunes) เพื่อต่อต้านวิกฤตของแพง ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อค่ำวานนี้ (5 พ.ย.) ทำให้ เซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรี ประกาศเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับแกนนำแรงงานและกลุ่มนายจ้างในวันจันทร์หน้า (9 พ.ย.) เพื่อหาทางออก

สถานการณ์ทวีความตึงเครียด หลังสหภาพแรงงาน (CGT) ประกาศกร้าวขอยกระดับม็อบขับไล่รัฐบาล ‘ขึ้นไปอีกขั้น’ โดย โซฟี บิเนต์ แกนนำสหภาพ CGT ย้ำชัดว่า “สิ่งเดียวที่จะหยุดยั้งคลื่นมหาชนครั้งนี้ได้ คือรัฐบาลต้องยอมรับข้อเรียกร้องของเราเท่านั้น”

ก่อนหน้านี้ โลคองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งระดมกำลังตำรวจถึง 70,000 นาย พร้อมประกาศกร้าวว่าจะ “ตอบโต้ขั้นเด็ดขาดที่สุด หากเกิดเหตุความรุนแรงใด ๆ ขึ้น” จนกระทั่งเกิดเหตุจลาจลขึ้นในหลายเมือง โดยเฉพาะที่เมืองลียง ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงปีกซ้ายจัด ‘แบล็กบล็อก’ (Black Bloc) หลายร้อยคนได้เปิดศึกปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างดุเดือด

อย่างไรก็ตาม เหตุความไม่สงบในครั้งนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์ประท้วงใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นมีร้านค้ามากกว่า 2,000 แห่งถูกปล้นสะดม และมีการจุดไฟเผาอาคารสถานที่ทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้เข้าร่วมการประท้วงในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ที่ผ่านมา (แม้ยังเป็นเพียงตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ) ทุบสถิติเดิมของการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมลงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในครั้งก่อนนั้น กระทรวงมหาดไทยระบุตัวเลขไว้ที่ 550,000 คน ขณะที่ฝั่งสหภาพแรงงานประเมินไว้ราว 800,000 คน

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า “มีข้าราชการประมาณ 9.89% เข้าร่วมการนัดหยุดงานประท้วงในครั้งนี้” ขณะเดียวกัน การประท้วงดังกล่าวก็ส่งผลกระทบและทำให้ระบบโรงเรียน โรงพยาบาล และระบบขนส่งสาธารณะต้องหยุดชะงัก ขณะที่หอไอเฟล รวมถึงห้องจัดแสดงบางส่วนของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสก็จำเป็นต้องปิดทำการเช่นกัน

ฟากฝั่งรัฐบาลยอมรับเองว่ามีทางเลือกในการดำเนินการค่อนข้างจำกัด เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องพยายามประหยัดงบประมาณให้ได้หลายหมื่นล้านยูโร เพื่อลดดุลการขาดงบประมาณลงให้เหลือ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า มีครูอาจารย์ราว 16% เข้าร่วมการประท้วงหยุดงานเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) “ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนในบริการสาธารณะด้านการศึกษาและระดับอุดมศึกษาอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของบริการสาธารณะทั้งหมดในประเทศฝรั่งเศส” อลิส เดอ บริโต รองประธานสหภาพนักศึกษา (Unef) เผยกับสำนักข่าว BBC

ในขณะเดียวกัน ขบวนการ ‘เสื้อกั๊กเหลือง’ ที่เคยลุกฮือประท้วงต่อต้านค่าครองชีพสูงเมื่อหลายปีก่อน ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมทั้งประกาศนัดระดมพลเพื่อปิดล้อมพื้นที่และประท้วงต่อเนื่องในวันศุกร์ (6 พ.ย.) และวันเสาร์ (7 พ.ย.) นี้ด้วย

(Photo by LUDOVIC MARIN / AFP)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์