คลื่นความร้อนรุนแรงจากแอฟริกาเหนือกวาดล้างยุโรปตะวันตกหลายวันติดต่อกัน ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในเดือนพฤษภาคมหลายประเทศ ขณะที่ฝรั่งเศสรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำเพื่อใช้ความเย็นหนีจากคลื่นความร้อนซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงเวลานี้ของปี

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศส ยืนยันว่าต้นสัปดาห์นี้เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคมตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย จากรายงานส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ เนื่องจากประชาชนแห่ไปหาความเย็นที่ชายหาดและแหล่งน้ำต่างๆ
สถิติใหม่ครอบคลุมทั่วทวีป
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร รายงานว่าวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันที่ร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคม โดยอุณหภูมิในแถบตะวันตกเฉียงใต้กรุงลอนดอนพุ่งถึง 34.8 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิม 2 องศาเต็ม

ขณะที่ไอร์แลนด์ บันทึกอุณหภูมิสูงถึง 28.8 องศาเซลเซียส ด้านสกอตแลนด์เผชิญไฟไหม้หญ้ารอบกรุงเอดินบะระ และสเปน คาดว่าจะประสบอุณหภูมิ 36-38 องศาเซลเซียสตลอดสัปดาห์
มาตรการป้องกันภาคอุตสาหกรรม
ประเทศอิตาลี ออกกฎระเบียบจำกัดการทำงานกลางแจ้งในภูมิภาค Lazio ซึ่งรวมกรุงโรม โดยห้ามการทำงานภายใต้แสงแดดระหว่างเวลา 12.30-16.00 น. เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อน

สัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
นักวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าภาวะนี้เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มนุษย์เป็นสาเหตุ ด้านนักอุตุนิยมวิทยาจาก Met Office เตือนว่าอุณหภูมิสุดขั้วแบบนี้กำลังกลายเป็น "บรรทัดฐานใหม่"
ทั้งนี้ รายงานจากหน่วยงาน Copernicus Climate Change Service และ World Meteorological Organization เมื่อเดือนเมษายน ระบุว่าตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ยุโรปมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า และคลื่นความร้อนกำลังรุนแรงและถี่ขึ้นใน 95% ของพื้นที่ทวีป






