ซูเปอร์เอลนีโญดันอุณหภูมิมหาสมุทรแปซิฟิกทุบสถิติ EU เตือนโลกข้ามเส้น 1.5°C แน่นอน

14 ต.ค. 2569 - 11:00

  • โคเปอร์นิคัสพบสัญญาณเอลนีโญรุนแรงผิดปกติ ชี้สถิติใหม่เดือนกันยายนที่ผ่านมาร้อนกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.63°C

  • อุณหภูมิผิวน้ำในโซนติดตามเอลนีโญ Nino3.4 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 29.70°C เป็นกันยายนที่ร้อนติดอันดับสองในประวัติศาสตร์

  • ผู้อำนวยการโคเปอร์นิคัสชี้อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มข้ามเส้น 1.5°C ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

ซูเปอร์เอลนีโญดันอุณหภูมิมหาสมุทรแปซิฟิกทุบสถิติ EU เตือนโลกข้ามเส้น 1.5°C แน่นอน

สหภาพยุโรปเผยเอลนีโญรอบนี้ทำลายสถิติอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมาร้อนกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.63°C ขณะที่ผู้อำนวยการโคเปอร์นิคัสเตือนโลกกำลังเข้าสู่ยุคอุณหภูมิสูงเกินเป้าหมายข้อตกลงปารีส

ซูเปอร์เอลนีโญทำอุณหภูมิแปซิฟิกทุบสถิติ

จากการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงได้ทำลายสถิติอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในโซนติดตามสำคัญของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เรียกว่า Nino3.4 ในเดือนกันยายน 2026 โดยพุ่งสูงถึง 29.70°C ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมของเหตุการณ์เอลนีโญรุนแรงในปี 1982/1983, 1997/1998 และ 2015/2016

green-space-global-sea-surface-temperature-record-21-1c-2026-SPACEBAR-Thumbnail.png

สัญญาณเอลนีโญรุนแรงผิดปกติ

โคเปอร์นิคัส ระบุว่า แม้ตัวเลขอุณหภูมิดังกล่าวจะบ่งชี้ถึงความรุนแรงที่ผิดปกติ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ว่าเอลนีโญรอบนี้รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์หรือไม่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรในปัจจุบันสูงกว่าในอดีต ซึ่งส่งผลให้การเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ โคเปอร์นิคัสได้นำดัชนีใหม่มาใช้เพื่อชดเชยปัจจัยดังกล่าว

ขณะที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าเอลนีโญในปัจจุบันมีความรุนแรงถึงขีดสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิในพื้นที่ติดตามสูงกว่าระดับปกติถึง 4°C

green-space-wmo-strong-el-nino-extreme-weather-warning-SPACEBAR-Photo01.jpg

กันยายนที่ร้อนเป็นอันดับสองของสถิติโลก

อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนกันยายนปีนี้ทำสถิติสูงสุดที่ 21.05°C เกินสถิติเดิม 20.92°C ที่บันทึกไว้ในเดือนกันยายน 2023

— โคเปอร์นิคัส รายงาน

ส่วนอุณหภูมิอากาศใกล้ผิวโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 16.27°C สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรม (ช่วงปี 1850-1900) ถึง 1.63°C

เส้นทางสู่การละเมิดข้อตกลงปารีส

คาร์โล บูออนเทมโป ผู้อำนวยการโคเปอร์นิคัส กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิสูงเกิน 1.5°C ต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะยาวนานถึงปี 2027 พร้อมเตือนว่าการที่อุณหภูมิโลกจะแตะเพดานที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสเป็นเพียงเรื่องของเวลา

"การที่โลกจะร้อนทะลุเพดานระยะยาวของข้อตกลงปารีสเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าจะเกินมากแค่ไหนและนานเพียงใดนั้น ยังขึ้นอยู่กับการกระทำของพวกเรา" บูออนเทมโปกล่าว

— คาร์โล บูออนเทมโป ผู้อำนวยการโคเปอร์นิคัส กล่าว

el-nino-record-pacific-temperature-copernicus-2024-1.jpg
The El Nino phenomenon triggers changes in weather that can exacerbate man-made global warming

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์เน้นย้ำว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อจำกัดระยะเวลาที่อุณหภูมิโลกจะอยู่เหนือระดับ 1.5°C และดึงอุณหภูมิกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์