กองทัพกัมพูชาประกาศจะกลับมาฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ อีกครั้งในช่วงต้นปีหน้าหลังจากระงับไปเกือบ 10 ปี
การประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊คของกองทัพกัมพูชาเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ประชุมกันหลายครั้งเพื่อหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด โดยกัมพูชาระงับการฝึกซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2017
แถลงการณ์ของกองทัพกัมพูชาระบุว่า ทั้งสองประเทศตกลงจะจัดการฦกซ้อมร่วมกันภายใต้ชื่อ “Angkor Sentinel 2027” (อังกอร์ เซนทิเนล 2027) ในเดือนกุมภาพันธ์ รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าในการแก้ไขความแตกต่างต่างๆ รวมถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ใกล้ชิดระหว่างกัมพูชากับจีน
แถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ระบุว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้าง “ความสามารถในการทำงานร่วมกันและการรับมือภัยพิบัติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงผลักดันที่เพิ่มขึ้นในความร่วมมือทางทหารระหว่างกัมพูชาและสหรัฐฯ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ”
ทั้งนี้ สหรัฐฯ กังวลเป็นอย่างยิ่งที่กองทัพจีนปรากฏตัวที่ฐานทัพเรือของกัมพูชาในอ่าวไทย จีนให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงฐานทัพเรือดังกล่าวครั้งใหญ่ โดยฝั่งสหรัฐฯ แสดงความสงสัยว่า จีนอาจได้รับสิทธิพิเศษแต่เป็นความลับในกัมพูชา แต่เจ้าหน้าที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังวิจารณ์เกี่ยวกับกรณีสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา รวมถึงการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองและนักวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักเกิดขึ้นผ่านการดำเนินคดีทางกฎหมายโดยศาล ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคประชาชนกัมพูชาที่ปกครองประเทศ นำโดยนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต
ฮุน มาเนต หารือกับ เอลบริดจ์ เอ. โคลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมฝ่ายนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงอันดับสามในกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการป้องกันประเทศ และการกลับมาฝึกซ้อมทางทหารอีกครั้ง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่ามา
ในขณะนั้น ฮุน มาเนต กล่าวว่า เขารู้สึกพึงพอใจกับ “ความก้าวหน้าในเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและสหรัฐฯ” และความคืบหน้าในการเตรียมการสำหรับการกลับมาฝึกซ้อมอังกอร์เซนทิเนล รวมถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพกัมพูชา
ผู้นำกัมพูชาย้ำว่า “การฝึกซ้อมและการฝึกอบรมร่วมกันไม่เพียงแต่สร้างขีดความสามารถทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ”
พลเรือเอก สตีฟ โคห์เลอร์ ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ก็ได้พบกับพลเอก วง พิเสน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกัมพูชาเมื่อเดือนสิงหาคมเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่า มีแผนที่จะกลับมาฝึกซ้อมทางทะเลร่วมกัน ซึ่งถูกระงับไปในปี 2017 อีกครั้ง
Photo by Suy SE / AFP เรือพิฆาตยูเอสเอส ซาวันนาห์ (USS Savannah) ของสหรัฐฯ เทียบท่าที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ของกัมพูชาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2024





