บริษัท AI กว้านซื้อหนังสือหายากหลายล้านเล่มไปเทรน AI แล้วทำลาย

3 ส.ค. 2569 - 16:37

  •   นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาร้านขายหนังสือมือสองจากทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน และเนเธอร์แลนด์ ได้รับคำสั่งซื้อที่ไม่สอดคล้องกับการซื้อของลูกค้าปกติ

  • มีรายงานว่าหนังสือเหล่านี้ถูกส่งไปยังคลังสินค้าชั่วคราวในเยอรมนีก่อนที่จะถูกขนส่งต่อไปยังแคนาดาและสหรัฐฯ

  • Anthropic ใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการ “Project Panama” เพื่อซื้อและแปลงหนังสือที่พิมพ์แล้วหลายล้านเล่มให้เป็นรูปแบบดิจิทัล

บริษัท AI กว้านซื้อหนังสือหายากหลายล้านเล่มไปเทรน AI แล้วทำลาย

มีรายงานข่าวว่า บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างพากันซื้อหนังสือมือสองจำนวนหลายล้านเล่ม นำมาแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลเพื่อใช้ฝึกฝนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และทำลายต้นฉบับเดิมทิ้ง

คนกลางกำลังเข้ามามีบทบาทในกระบวนการนี้ นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาร้านขายหนังสือมือสองจากทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน และเนเธอร์แลนด์ ได้รับคำสั่งซื้อที่ไม่สอดคล้องกับการซื้อของลูกค้าปกติ ไม่ว่าจะเป็นออร์เดอร์ใหญ่ที่บางครั้งซื้อกันเป็นพันๆ เล่ม

ผู้ขายหนังสือมือสองในออสเตรเลียยืนยันกับ Guardian Australia ว่า พวกเขาได้รับคำสั่งซื้อหนังสือจากบริษัทในแคนาดาชื่อ Zoom Books ที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้รีไซเคิลหนังสือ แต่โดยปกติแล้ว คำสั่งซื้อจะมาจากตลาดขายหนังสือมือสองขนาดใหญ่ เช่น Abebooks หรือ Biblio ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่หนังสือปกอ่อนราคาถูกไปจนถึงหนังสือหายากราคาแพง

มีรายงานว่าหนังสือเหล่านี้ถูกส่งไปยังคลังสินค้าชั่วคราวในเยอรมนีก่อนที่จะถูกขนส่งต่อไปยังแคนาดาและสหรัฐฯ

ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นบริษัท AI ที่ติดต่อซื้อหนังสือ แต่มีความน่าสงสัยอยู่

ตามรายงานของสำนักข่าว The Washington Post หนังสือจำนวนมากผ่านกระบวนการ “สแกนแบบทำลายล้าง” โดยการแกะสันหนังสือออก แล้วสแกนหน้ากระดาษด้วยอุปกรณ์อุตสาหกรรมความเร็วสูง จากนั้นจึงนำสำเนาที่เหลือไปรีไซเคิล

สำนักข่าว 404 Media รายงานว่า ระยะหลังๆ มานี้การกว้านซื้อหนังสือในลักษณะดังกล่าวเริ่มเป็นระบบมากขึ้น โดย  ISBNdb ซึ่งอ้างว่าเป็น “ฐานข้อมูลหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เป็นผู้ที่จัดหาหนังสือมือสองจำนวนมากให้กับบริษัท AI โดย 404 ระบุว่า ISBNdb สามารถเป็นเอเย่นต์ให้กับบริษัท AI ในการสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากได้ตั้งแต่ 1,000-1 ล้านเล่มต่อคำสั่งซื้อ

อันที่จริงเรื่องนี้เป็นข่าวมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเจ้าของหนังสือรวมตัวกันฟ้องบริษัท AI ยักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic ที่ซื้อหนังสือมาเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ

ผู้พิพากษาตัดสินว่า การใช้หนังสือละเมิดลิขสิทธิ์นั้นผิดกฎหมาย แต่การแปลงหนังสือที่ซื้อมาอย่างถูกกฎหมายให้เป็นดิจิทัลนั้นถือเป็นการใช้งานโดยชอบธรรมและ “เป็นการดัดแปลง” เพราะไม่ได้เป็นการทำซ้ำหรือแจกจ่ายใหม่ แต่เป็นการสร้างสำเนาดิจิทัลที่สามารถค้นหาได้ในห้องสมุดกลางของ Anthropic แปลง่ายๆ ว่า การกระทำของ Anthropic ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

ด้วยเหตุนี้ Anthropic จึงตกลงจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เขียนที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่มีความผิดเกี่ยวกับการใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อและตัดสันหนังสือหลายล้านเล่ม ก่อนที่จะสแกนหน้าหนังสือเหล่านั้นเพื่อป้อน AI

The Washington Post ยังรายงานด้วยว่า Anthropic ใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการ “Project Panama” เพื่อซื้อและแปลงหนังสือที่พิมพ์แล้วหลายล้านเล่มให้เป็นรูปแบบดิจิทัล

จากรายงานระบุว่า ในช่วงแรก Anthropic ได้สำรวจหาแหล่งหนังสือจากห้องสมุดและร้านหนังสือมือสอง รวมถึงร้าน Strand Book Store ในนิวยอร์ก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหนังสือจำนวนมากจากร้านค้าปลีกหนังสือมือสอง เช่น Better World Books และ World of Books ในสหราชอาณาจักร

ข้อเสนอจากผู้ให้บริการสแกนรายหนึ่งระบุว่า Anthropic วางแผนที่จะแปลงหนังสือเป็นดิจิทัลระหว่าง 500,000-2 ล้านเล่มภายใน 6 เดือน โดยใช้เครื่องตัดอุตสาหกรรมเพื่อเอาสันหนังสือออกก่อนที่จะสแกนหน้ากระดาษและส่งส่วนที่เหลือไปรีไซเคิล

 Photo by Shutterstock / Videologia

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์