ปิดฉากภารกิจเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ในรอบเกือบ 10 ปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นับตั้งแต่ปี 2017 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...แม้ทรัมป์จะยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนว่าเป็น ‘หนึ่งในความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลก’ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองชาติมหาอำนาจจะยังไม่สามารถบรรลุดีลสำคัญๆ ได้เลย
SPACEBAR พาไปดูประเด็นสำคัญๆ จากการประชุมสุดยอดทรัมป์-สี ว่าคุยอะไรกันบ้าง...?
ไต้หวันยังคงเป็น ‘ประเด็นอ่อนไหว’

สี จิ้นผิง หยิบยกประเด็นไต้หวันขึ้นมาหารือกับทรัมป์ตั้งแต่เริ่มประชุม แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคง ‘ปฏิเสธ’ ที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อไต้หวัน
“ปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ หากจัดการอย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ทวิภาคีจะมีความมั่นคง แต่ถ้าจัดการไม่ดี สหรัฐฯ-จีนอาจเกิดความขัดแย้ง หรือถึงขั้นปะทะกัน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง...การรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนและสหรัฐฯ”
— ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำกับประธานาธิบดีทรัมป์
นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 สหรัฐฯ แกล้งทำเป็นยอมรับว่า “ไต้หวันเป็นของจีน” เพื่อไม่ให้มีปัญหากับจีน แต่ในขณะเดียวกัน ก็แอบช่วยไต้หวันอยู่ห่างๆ โดยที่ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ ว่าไต้หวันเป็นประเทศ
ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าคำประท้วงของสี จิ้นผิง ไม่ได้ทำให้สหรัฐฯ เปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนนโยบายต่อไต้หวันเลย
“นโยบายของสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวันยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ณ วันนี้ และ ณ การประชุมที่เรามีร่วมกันที่นี่ในวันนี้ เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ซึ่งฝั่งพวกเขา (จีน) มักจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเสมอ ส่วนเราก็ชี้แจงจุดยืนของเราให้ชัดเจนทุกครั้ง แล้วเราก็ข้ามไปคุยเรื่องอื่นกันต่อ”
— รูบิโอ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.)
จีนเสนอตัวช่วยแก้ไขความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ VS อิหร่าน

ดูเหมือนว่าผู้นำทั้งสองจะพบจุดร่วมกันในประเด็นสงครามอิหร่าน ถึงขนาดที่ สี จิ้นผิง เสนอตัวที่จะช่วยเหลือทรัมป์จัดการกับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
“ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อยากเห็นข้อตกลงเกิดขึ้นจริงๆ และเขาก็เสนอตัวช่วยเหลือ เขาบอกว่า ‘ถ้าผมสามารถช่วยเหลืออะไรได้ ผมก็อยากจะช่วย’...เขาอยากเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิด”
— ทรัมป์บอกกับสำนักข่าว Fox News
ประมาณ 45-50% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในปัจจุบันช่องแคบนี้ถูกปิด เนื่องจากสภาวะสงคราม
“จีนได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการเสริมกำลังทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ และพวกเขาไม่เห็นด้วยกับระบบเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งนั่นก็เป็นจุดยืนของเราเช่นกัน” รูบิโอ กล่าว
ประชุมสุดยอดจบ...แต่ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงร่วมกันใดๆ

การเยือนจีนในรอบ 9 ปี ทรัมป์ขนทัพนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลหลายสิบคนร่วมเดินทางครั้งนี้ และแย้มว่า “จะมีการลงทุน ‘มหาศาล’ และการทำข้อตกลงที่ ‘ยอดเยี่ยม’” แต่ทว่ารายละเอียดต่างๆ ยังคงมีจำกัด
ทรัมป์และสี จิ้นผิง ไม่ได้ประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ ต่อสาธารณชนในกรุงปักกิ่ง แต่รายละเอียดต่างๆ อาจจะมีการเปิดเผยตามมาในภายหลัง
“จีนจะลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์กับคนเหล่านั้น (นักธุกิจอเมริกัน) ที่อยู่ในห้องประชุมในวันนี้ (14 พ.ค.)” ทรัมป์ กล่าวโดยอ้างถึงซีอีโอหลายสิบคน รวมถึงอีลอน มัสก์ และเจนเซ่น หวง
ทรัมป์บอกอีกว่า “สี จิ้นผิง ตกลงที่จะสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ และแสดงความสนใจที่จะซื้อถั่วเหลืองและน้ำมันจากสหรัฐฯ...คุณก็รู้ คราวที่แล้วเราเซ็นสัญญาไปประมาณ 36 ฉบับ แต่คราวนี้มันใหญ่กว่านั้นมาก” ทรัมป์ กล่าวโดยอ้างถึงตอนที่เขาเดินทางเยือนจีนเมื่อปี 2017
“เราได้ทำข้อตกลงทางการค้าที่ยอดเยี่ยมหลายรายการ ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ” ทรัมป์ประกาศ
สี จิ้นผิง รับปากพร้อม ‘เปิดทาง’ ให้บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนในจีนง่ายขึ้น!

ก่อนเดินทางเยือนจีน ทรัมป์กล่าวว่าวาระสำคัญที่สุดของเขาในการเดินทางครั้งนี้คือ “การทำให้สี จิ้นผิง เห็นด้วยกับการ ‘เปิดประเทศ’ ให้กับธุรกิจอเมริกัน”
มีรายงานว่า สี จิ้นผิง กล่าวกับบรรดาซีอีโอที่เดินทางมากับทรัมป์ว่า “ประตูของจีนจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น และบริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ จะได้รับโอกาสที่กว้างขวางยิ่งขึ้นในจีน”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็บอกกับ Fox News ว่า “สี จิ้นผิง เห็นด้วยที่จะเปิดพื้นที่บางส่วนของจีนให้กับธุรกิจของสหรัฐฯ พวกเขาจะค่อยๆ อนุญาตทีละกลุ่มธุรกิจ หรือทีละเฟส...ใจจริงผมอยากเห็นเขาเปิดตลาดเสรีให้ธุรกิจอเมริกันเข้าไปลงทุนทั้งหมดในทันที แต่คุณก็รู้ พวกเขาหวงแหนประเทศของพวกเขา และ สี จิ้นผิงก็รักประเทศของเขามาก”
สัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน อาจดิ่งลงเหวได้เสมอ แม้สัมพันธ์ส่วนตัวทรัมป์-สีจะดูหวานชื่นก็ตาม...

ทรัมป์กล่าวชื่นชม สี จิ้นผิง ตลอดการเยือน และพูดเสมอว่า สี จิ้นผิง เป็น ‘เพื่อน’ พร้อมบรรยายความสัมพันธ์ของพวกเขาว่า ‘แข็งแกร่งมาก’
ขณะเดียวกัน สี จิ้นผิง ก็ได้หยิบยกสโลแกนหาเสียงอันโด่งดังของทรัมป์ขึ้นมาพูดในระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับระดับรัฐ โดยกล่าวว่า “การฟื้นฟูประเทศจีนครั้งยิ่งใหญ่และการทำให้สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again) สามารถดำเนินควบคู่ไปพร้อมกันได้”
ในช่วงท้ายของการเยือนจีน สี จิ้นผิง ได้รื้อฟื้นความหลังถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่เขาได้รับเมื่อปี 2017 ณ คฤหาสน์มาร์-อา-ลาโก และรับปากว่าจะมอบเมล็ดพันธุ์ดอกกุหลาบจากต้นไม้ในสวนจงหนานไห่ให้เป็นของขวัญแก่ทรัมป์
แต่ถึงกระนั้น ผู้นำทั้งสองต่างก็ยอมรับว่า “ความสัมพันธ์อาจเปลี่ยนไปในทางลบได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำ”
สี จิ้นผิง ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นร้อนที่ว่า “สหรัฐฯ และจีนจะสามารถ ‘ก้าวข้ามกับดักทูซิดิดีส’ (Thucydides trap) ได้หรือไม่นั้นยังคงอยู่” ซึ่งมันคือแนวคิดที่ว่า ความเสี่ยงร้ายแรงจะเกิดขึ้นเมื่อมหาอำนาจใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมา ท้าทายมหาอำนาจเดิมที่แข็งแกร่งและมีความมั่นคงกว่าในระดับโลก แต่ สี จิ้นผิง ก็หวังว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะยังคงเป็นมิตรต่อกัน
ขณะที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า “สี จิ้นผิง เคย มองสหรัฐฯ ว่าเป็น ‘ประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง’ ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน เมื่อ 2 ปีก่อน พวกเราเป็นประเทศที่อยู่ในช่วงขาลงจริงๆ ซึ่งประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับประธานาธิบดีสีอย่างที่สุด!...”
“...แต่ในตอนนี้ สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดในโลกแล้ว และผมก็หวังว่าความสัมพันธ์ของเรากับจีนจะแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา!'”
— ทรัมป์โพสต์บน Truth Social
(Photo by Evan Vucci / POOL / AFP)





