ในทุกๆ ปี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็น “วันมะเร็งโลก” หรือ World Cancer Day โดยองค์การอนามัยโลก และสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งและเห็นความสำคัญในการลดปัจจัยเสี่ยง อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก
ตอนนี้ตัวเลขคนป่วยด้วย “โรคมะเร็ง” เพิ่มขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เรื่องจริงที่เราเห็นจากคนใกล้ตัว เพื่อนร่วมงาน คนดัง อีกทั้งตัวเลขทางสถิติที่เห็นในข่าว ...แล้วเชื่อไหมว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก “โลกร้อน”
“โลกร้อน” กับ “มะเร็ง”
ทำไมอุณหภูมิและมลพิษที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งของมนุษย์
ขณะที่โลกอุ่นขึ้น (เรียกว่าร้อนก็ไม่ผิด) สุขภาพของมนุษย์กำลังเผชิญความเสี่ยงที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม “ภาวะโลกร้อน” ไม่ได้หมายถึงเพียงคลื่นความร้อนพีคทุบสถิติ พายุรุนแรง สภาพอากาศสุดขั้วต่างๆ นานา แต่ยังเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับ “มลพิษทางอากาศ” และภาระโรคไม่ติดต่ออย่าง “มะเร็ง” โรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปีทั่วโลก
ข้อมูลล่าสุดจากสถิติที่เก็บรวบรวมในปี 2025 ชี้ชัดว่า “มะเร็ง” ยังคงเป็นหนึ่งในภัยคุกคามสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำหน้าที่เป็นตัวเร่ง ความเสี่ยงเงียบที่กระทบทั้งคน เมือง และระบบสุขภาพในระยะยาว

มะเร็งลามโลก สะท้อนวิกฤตสุขภาพ
รายงาน Cancer Progress Report 2025 ของ American Association for Cancer Research (AACR) ระบุว่า ในแต่ละปีโลกมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ราว 20 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งมากกว่า 10.3 ล้านคน ทำให้มะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก โดย “มะเร็งปอด เต้านม ลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก และตับ” เป็นชนิดที่พบมากที่สุดและคร่าชีวิตผู้คนสูงสุด
จำนวนผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 77 ภายใน 25 ปีข้างหน้า
— องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์
ในขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า แต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คน เสียชีวิตประมาณ 83,000 คน โดยมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจัยขับเคลื่อนหลักไม่ใช่แค่สังคมสูงวัย แต่รวมถึงมลพิษและสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงจากโลกร้อน

ประเทศไทย มะเร็งยังเป็นภัยเงียบในชีวิตประจำวัน
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงวันมะเร็งโลกปีที่ผ่านมา ระบุว่าไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งราว 83,000-86,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 220 คนต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่ามะเร็งไม่ใช่ปัญหาสุขภาพเฉพาะบุคคล แต่เป็นภาระของทั้งระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ
“มลพิษทางอากาศ” สะพานเชื่อมระหว่างโลกร้อนกับมะเร็ง
องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกว่า 7 ล้านคนต่อปีทั่วโลก โดยหนึ่งในโรคสำคัญคือ “มะเร็งปอด”
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเกิดจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล ไฟป่า และกิจกรรมอุตสาหกรรม ถูกจัดให้เป็น “สารก่อมะเร็งกลุ่มที่1” โดยหน่วยงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การเพิ่มขึ้นของ PM2.5 ทุก 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงการเกิดและการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญ ที่น่ากังวลคือ แนวโน้มผู้ป่วย “มะเร็งปอดในกลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่” กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามลพิษทางอากาศคือปัจจัยหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้
สำหรับประเทศไทยที่ปัจจุบันคนในหลายพื้นที่เผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะมะเร็งปอดกำลังคร่าชีวิตคนไทยในอัตราที่น่าตกใจถึงวันละ 40 ราย สูงกว่าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 48 คน ส่วนใหญ่มาพบแพทย์ในระยะลุกลาม เนื่องจากอาการเริ่มต้นไม่ชัดเจน แม้ผู้สูบบุหรี่มีโอกาสพบมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบ 10 เท่า แต่มลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
“โลกร้อน” ตัวเร่งโรคร้าย
แม้อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะไม่ทำให้เซลล์กลายพันธุ์โดยตรง แต่โลกร้อนทำให้คลื่นความร้อนยืดอายุของมลพิษในบรรยากาศ ไฟป่าเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ปล่อยสารก่อมะเร็งจำนวนมาก หรือเมืองเผชิญอากาศนิ่งและฝุ่นสะสมยาวนานขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้มนุษย์ “สัมผัสสารก่อมะเร็ง” มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเพิ่มภาระโรคในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย
มะเร็ง โลกร้อน และ SDGs เรื่องที่แยกไม่ออก
วิกฤตนี้สะท้อนการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และการปรับปรุงคุณภาพอากาศ ไม่ได้ช่วยเพียง “ชะลอโลกร้อน” แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงมะเร็งและภาระโรคไม่ติดต่อที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างเงียบงันทั่วโลก
สุดท้ายเราอยากให้มองว่าในวันที่โลกยังคงร้อนขึ้นทุกปี คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียง เราจะลดอุณหภูมิโลกได้หรือไม่? แต่ต้องเป็น ...เราจะปกป้องสุขภาพของผู้คนจากผลกระทบของโลกร้อนทันเวลาหรือเปล่า?น่าคิดตามนะ…ว่าไหม





