จาก ‘ผีป่า’ สู่ ‘วิทยาศาสตร์’ เสียงเยาวชนม้งบนดอยม่อนเงาะ กับบทเรียนดินถล่มยุคโลกรวน

18 ธ.ค. 2568 - 04:43

  • สัมภาษณ์พิเศษ “สิริกานต์ เส่งหล้า” จากผีป่า...สู่วิทยาศาสตร์ เยาวชนที่เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ และลุกขึ้นเป็นกระบอกเสียงของชุมชนชายขอบ

  • “ดินถล่ม” ไม่ใช่การลงโทษจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภัยพิบัติม่อนเงาะปี 2565 จุดเปลี่ยนที่ทำให้เยาวชนคนหนึ่งตั้งคำถามต่อความเชื่อดั้งเดิม และมองเห็นบทบาทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • กลุ่มเปราะบางกับวิกฤตที่ไม่ได้เลือก ฝนหนัก ดินถล่ม รายได้ที่ไม่แน่นอน ขณะที่เสียงของพวกเขาหายไปจากโต๊ะนโยบาย

จาก ‘ผีป่า’ สู่ ‘วิทยาศาสตร์’ เสียงเยาวชนม้งบนดอยม่อนเงาะ กับบทเรียนดินถล่มยุคโลกรวน

มุมมองใหม่: จากโลกแห่งภูตผี สู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์

“ชาวม้งเรา…นับถือผี”

สิริกานต์ เส่งหล้า เยาวชนวัย 18 ปี จากอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าว

เธออาศัยอยู่ใกล้ดอยม่อนเงาะ ภูเขาอันเงียบสงบ โอบล้อมด้วยสายหมอกและพืชพรรณไม้ แม้ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 64 กิโลเมตร แต่เส้นทางคดเคี้ยวทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง

สิริกานต์ เส่งหล้า เยาวชนชาติพันธุ์ม้งจากดอยม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่
สิริกานต์ เส่งหล้า เยาวชนชาติพันธุ์ม้งจากดอยม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่

ระหว่างสัปดาห์ สิริกานต์และน้องสาวพักอยู่ที่โรงเรียนประจำในเมือง ก่อนจะกลับบ้านในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อได้กลับบ้าน เธอจะตื่นเช้ามาหุงหาอาหารให้ครอบครัว โดยเลือกใช้ “เตาถ่าน” ที่ทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยังทำให้อาหารมีกลิ่นหอมแบบดั้งเดิม

sustainability-sirikarn-sengla-hmong-youth-mont-ngo-highland-landslide-climate-crisis-SPACEBAR-Photo04.jpg

ผู้คนในหมู่บ้านของสิริกานต์เชื่อว่า...ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ชุมชนชาติพันธุ์ม้งนับถือผีมาช้านาน เชื่อว่าภูเขาและป่าไม้มีเจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครองอยู่ เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หลายคนเชื่อว่านั่นคือสัญญาณของการล่วงเกินสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น

เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในปี 2565 เมื่อเกิด “ดินถล่มรุนแรง” หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์ ดินโคลนถล่มส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย สายไฟถูกตัดขาด และถนนสายหลักซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านเพียงเส้นเดียวถูกปิดกั้น หลายครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวด้วยความหวาดกลัว หลายคนเชื่อว่าภูติผีกำลังลงโทษพวกเขา และบางคนคิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “รีสอร์ตใหม่” บนยอดเขาที่เพิ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จึงมีการประกอบ “พิธีขอขมาภูเขา”

สิริกานต์ เส่งหล้า  เดินผ่านจุดที่เกิดดินถล่มครั้งใหญ่ในปี 2565
สิริกานต์ เส่งหล้า  เดินผ่านจุดที่เกิดดินถล่มครั้งใหญ่ในปี 2565

มุมมองที่เปลี่ยนไป

แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นได้เปลี่ยนมุมมองของสิริกานต์ไปอย่างสิ้นเชิง แม้เธอเองจะเติบโตมากับความเชื่อแบบเดียวกัน แต่เธอยังคงจำสิ่งที่ครูเคยสอนได้ว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ทำให้ฝนตกหนักมากขึ้น “การตัดไม้ทำลายป่า” ทำให้หน้าดินอ่อนตัว และ “กิจกรรมของมนุษย์” กำลังทำให้โลกไม่มั่นคงมากขึ้น

พ่อแม่ของสิริกานต์ทำอาชีพเหมือนหลายครอบครัวในหมู่บ้าน คือเพาะปลูกฟักทอง ส้ม และอะโวคาโด ที่มีรายได้ผันแปรตามสภาพอากาศของแต่ละปี ทำให้พวกเขาเข้าข่ายกลุ่มเปราะบางในยุคที่สภาพภูมิอากาศยากจะคาดเดา

เมื่อสิริกานต์เข้าร่วมเวิร์กช็อปของ “ยูนิเซฟ” ในจังหวัดเชียงใหม่ ความเข้าใจใหม่ๆ ของเธอก็เริ่มชัดเจนขึ้น กิจกรรมนี้รวบรวมเยาวชนจากทั่วภาคเหนือมาเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ประสบการณ์และความกังวลของเธอสะท้อนเสียงของเยาวชนอีกจำนวนมาก ซึ่งถูกถ่ายทอดในรายงาน Between Generations, One Planet ของยูนิเซฟ

รายงานชี้ให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตนี้ แต่กลับถูกมองข้ามในขั้นตอนการกำหนดนโยบาย

sustainability-sirikarn-sengla-hmong-youth-mont-ngo-highland-landslide-climate-crisis-SPACEBAR-Photo06.jpg

ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม สิริกานต์เคยคิดว่าดินถล่มปี 2565 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกับหมู่บ้านของเธอเท่านั้น แต่เวิร์กช็อปทำให้เธอมองเห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศและทั่วโลก

ไม่ว่าจะดินถล่ม น้ำท่วม หรือภัยแล้ง เหตุการณ์เหล่านี้เกิดบ่อยขึ้นทุกปี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าป่าเจ้าเขาแต่อย่างใด แต่เป็นผลจากความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและการสะสมก๊าซคาร์บอนตลอดหลายทศวรรษ

“ทุกอย่างอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของหนูไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

สิริกานต์ เส่งหล้า  กล่าว

เวิร์กช็อปครั้งนั้นเปิดมุมมองใหม่ให้กับสิริกานต์ เธอเริ่มเห็นว่า โลกที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องลี้ลับ แท้จริงแล้วเป็นระบบที่สามารถทำความเข้าใจ ศึกษา และรับมือได้ และเธอก็ตระหนักว่าหน้าที่ของเธอคือการแบ่งปันความรู้นี้ให้กับผู้อื่น

sustainability-sirikarn-sengla-hmong-youth-mont-ngo-highland-landslide-climate-crisis-SPACEBAR-Photo05.jpg

เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน สิริกานต์เริ่มพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนบ้าน อธิบายว่าสาเหตุของดินถล่มและฝนตกหนักนั้นมาจาก “ความไม่สมดุลของธรรมชาติ” ไม่ใช่ความพิโรธของเจ้าป่าเจ้าเขา

เธอยอมรับว่า การเปลี่ยนความคิดคนในชุมชนไม่ใช่เรื่องง่าย

“มันยากที่จะอธิบายวิทยาศาสตร์ให้คนที่เชื่อเรื่องผีมาตลอดชีวิตเข้าใจ แต่หนูก็พยายาม เพราะอยากให้พวกเขารู้ว่าเราสามารถทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาได้”

แม้จะเปิดใจรับวิทยาศาสตร์ สิริกานต์ยังคงเคารพประเพณีดั้งเดิมของชุมชน หนึ่งในพิธีที่เธอมองเห็นคุณค่าคือพิธี “บวชป่า” ที่ชาวบ้านนำผ้าพันรอบต้นไม้เพื่อแสดงว่าต้นไม้มีจิตวิญญาณ เธอเห็นว่าเป็นการอนุรักษ์รูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อผู้คนเชื่อว่าต้นไม้มีจิตวิญญาณ พวกเขาก็จะไม่กล้าตัดทำลาย

อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าชาวบ้านจำเป็นต้องเข้าใจหลักวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะเยาวชนที่มีบทบาทสำคัญ “เราไม่ใช่แค่คนที่ต้องอยู่ใจกลางวิกฤตนี้ แต่ยังเป็นคนที่จะต้องอยู่กับผลลัพธ์ในอนาคต ดังนั้น เราควรมีโอกาสพูดและแสดงความคิดเห็น”

sustainability-sirikarn-sengla-hmong-youth-mont-ngo-highland-landslide-climate-crisis-SPACEBAR-Photo03.jpg

เรื่องราวของสิริกานต์สะท้อนภาพเดียวกับรายงานของยูนิเซฟ ซึ่งชี้ว่าเยาวชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำชุมชน แต่ยังเผชิญอุปสรรคเรื่องงบประมาณ การถูกกีดกัน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แคมเปญ Count Me In ปีนี้ของยูนิเซฟจึงเรียกร้องให้มีการลงทุนในภาวะผู้นำของเยาวชนมากขึ้น พร้อมทั้งคุ้มครองเยาวชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยสิริกานต์เป็นหนึ่งในเยาวชนตัวแทนสามคนในปีนี้

ความฝันของสิริกานต์ คือการเป็นพยาบาลและทำงานด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน เธอไม่อยากย้ายออกจากหมู่บ้านที่รัก และตั้งใจจะกลับมาทำงานใกล้บ้านหลังเรียนจบ

“บางคนอยากออกไปจากหมู่บ้าน แต่หนูอยากกลับมาทำงานใกล้ครอบครัว หนูอยากดูแลครอบครัวและดูแลชุมชนของหนู”

ฝันที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชนบนดอยม่อนเงาะ

เธอหวังว่าจะได้แบ่งปันความรู้เรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้คนในหมู่บ้านได้เข้าใจ“เพราะสุขภาพกับสภาพภูมิอากาศเกี่ยวพันกัน การมีชีวิตที่ดีต้องอยู่บนโลกที่ดีด้วย”

sustainability-sirikarn-sengla-hmong-youth-mont-ngo-highland-landslide-climate-crisis-SPACEBAR-Photo07.jpg

ในหมู่บ้านภูเขาอันเงียบสงบที่ซึ่งความเชื่อเรื่อง “ภูติผี” ยังคงหล่อหลอมวิถีชีวิต เยาวชนคนหนึ่งกำลังค่อยๆ เปลี่ยนบทสนทนาของชุมชน ด้วยวิทยาศาสตร์ ด้วยความเข้าใจ และด้วยความหวัง

“หนูเชื่อว่าต้องมีหนทางในการแก้ไขปัญหานี้ได้ แม้ว่าจะต้องใช้เวลา ...แต่ก็ต้องมีทางเสมอ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์