คพ.สั่งคุมเข้มแหล่งกำเนิดมลพิษรับมือ ‘เอลนีโญ’ ก่อนแหล่งน้ำวิกฤต

24 เม.ย. 2569 - 18:01

  • เอลนีโญทำฝนน้อย-น้ำน้อย ส่งผลให้มลพิษเข้มข้นขึ้น เสี่ยงเกิด “สาหร่ายบูม” สัตว์น้ำตายเกลื่อน

  • บังคับใช้กฎหมายใหม่ คพ. สั่งการอาคาร-ห้าง-คอนโด-ฟาร์มสุกร ต้องแต่งตั้ง "ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย" ที่มีใบอนุญาตวิชาชีพภายใน เม.ย. 69

  • มาตรการเชิงรุก ยกระดับมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งทุกมิติ หากพบฝ่าฝืนลงโทษหนัก แจ้งเบาะแสสายด่วน 1650

คพ.สั่งคุมเข้มแหล่งกำเนิดมลพิษรับมือ ‘เอลนีโญ’ ก่อนแหล่งน้ำวิกฤต

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือสถานการณ์ "เอลนีโญ" หลังคาดการณ์ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติในช่วงกลางปี 2569 เสี่ยงทำน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติวิกฤต พร้อมออกกฎกระทรวงบีบสถานประกอบการทั่วประเทศต้องมีผู้เชี่ยวชาญคุมระบบบำบัดน้ำเสีย หวังสกัดมลพิษต้นทางก่อนระบบนิเวศล่มสลาย

ความกังวลต่อสถานการณ์คุณภาพน้ำ

เอลนีโญ-น้ำน้อยแต่ของเสียเท่าเดิม

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยถึงความกังวลต่อสถานการณ์คุณภาพน้ำทั่วประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ (พฤษภาคม – กรกฎาคม 2569) ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองลดลง การไหลเวียนของน้ำช้าลง

เมื่อปริมาณน้ำดิบมีน้อย ทำให้ความสามารถในการรองรับของเสียของแหล่งน้ำจึงลดลงตามไปด้วย หากภาคส่วนต่างๆ ยังคงระบายน้ำเสียที่มีค่าความสกปรกสูงลงสู่แหล่งน้ำ จะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ “สาหร่ายบูม” (Algae Bloom) หรือน้ำเขียว ซึ่งจะดึงออกซิเจนในน้ำไปจนหมด สภาพน้ำจะเน่าเสียเฉียบพลันและทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง

sustainability-pcd-el-nino-water-crisis-management-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

ขีดเส้นตายเมษายน 69 ต้องมีผู้ควบคุมระบบ

เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างยั่งยืน นายสุรินทร์ได้ออกคำสั่งกำชับตาม กฎกระทรวงการปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2567 โดยกำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษที่มีปริมาณน้ำเสียมากและสกปรกสูง ต้องจัดหา “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาวิศวกร หรือสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาดูแล

กลุ่มเป้าหมายและเส้นตายการบังคับใช้

•                         24 ตุลาคม 2568: เริ่มบังคับใช้กับสถานพยาบาล และอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (โรงแรม, ศูนย์การค้า)

•                         24 เมษายน 2569: บังคับใช้ครอบคลุมทุกกลุ่มที่เหลือ ได้แก่ คอนโดมิเนียม, ที่ดินจัดสรร, ฟาร์มสุกร, ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน และแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีน้ำเสียเกิน 100 ลูกบาศก์เมตร/วัน

"เราพบว่าปัญหาหลักไม่ใช่ไม่มีระบบบำบัด แต่คือการเดินระบบไม่เป็น การมีผู้ควบคุมที่มีความรู้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำที่ปล่อยออกมามีคุณภาพตามกฎหมาย 100% ซึ่งเป็นทางรอดเดียวในวันที่น้ำต้นทุนเราเหลือน้อย"

นายสุรินทร์ กล่าว

sustainability-pcd-el-nino-water-crisis-management-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

มาตรการคุมเข้มทุกมิติและบทลงโทษ

คพ. ได้วางโครงสร้างความร่วมมือไว้ 3 ระดับ เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ

1.                     ภาคอุตสาหกรรม/ชุมชน ตรวจสอบระบบบำบัดให้พร้อมทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

2.                     อปท. เพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่รับผิดชอบ

3.                     ประชาชน ประหยัดน้ำและเป็นหูเป็นตาสอดส่องการลักลอบปล่อยน้ำเสีย

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษยืนยันจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบการระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน หรือไม่มีผู้ควบคุมระบบตามกำหนด จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ประชาชนสามารถแจ้งเหตุผ่านระบบฐานข้อมูล EPC (https://epc.pcd.go.th) หรือสายด่วนมลพิษ 1650 ตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์