เจาะลึก ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ วิกฤตอาเซียนบนความเสี่ยงในรอบ 140 ปี

14 เม.ย. 2569 - 10:53

  • วิกฤตอุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูงเกินค่าเฉลี่ยกว่า 2.5 °C เข้าเกณฑ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ระดับรุนแรง

  • คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ชี้ความผิดปกตินี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 140 ปี นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล

  • อาเซียนในวงล้อมภัยแล้ง ไทยและเพื่อนบ้านเตรียมเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน และความเสี่ยงไฟป่าที่อาจรุนแรงกว่าทุกครั้ง

เจาะลึก ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ วิกฤตอาเซียนบนความเสี่ยงในรอบ 140 ปี

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่กำลังถูกจับตามองไปทั่วโลกในขณะนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลปกติ แต่เป็นการก่อตัวของ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)ที่นักวิทยาศาสตร์บรรยากาศระดับโลกต่างออกมาเตือนว่า นี่อาจเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ โดยมีปัจจัยหนุนเสริมจากสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่ทำให้ความร้อนสะสมในมหาสมุทรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

มหาสมุทรแปซิฟิก “ร้อนจัด” เป็นประวัติการณ์

จากข้อมูลเชิงวิชาการ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรได้ขยับสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยปกติเกินกว่า 2.5 °Cซึ่งตามเกณฑ์อุตุนิยมวิทยา การที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 2.0 °C จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ซูเปอร์เอลนีโญ” ทันที

ศ.พอล ราวน์ดี จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กสเตท (University at Albany) วิเคราะห์ว่าความแรงในรอบนี้มีโอกาสทุบสถิติในรอบ 140 ปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการหมุนเวียนของกระแสลมค้า (Trade Winds) ที่อ่อนกำลังลง ทำให้น้ำอุ่นมหาศาลไหลกลับมาสะสมที่แปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกแทนที่จะพัดไปทางทิศตะวันตกตามปกติ

environment-super-el-nino-climate-crisis-impact-thailand-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

ผลกระทบลูกโซ่ จากมหาสมุทรสู่ชั้นบรรยากาศ

เมื่อความร้อนในมหาสมุทรไม่ถูกระบายออก แต่กลับถูกคายเข้าสู่ชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ:

•           การทุบสถิติความร้อนโลก: มีโอกาสสูงมากที่ปี 2026 หรือ 2027 จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยบันทึกไว้

•           ความแปรปรวนของหยาดน้ำฟ้า: รูปแบบฝนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ที่เคยมีฝนชุกอาจเผชิญความแห้งแล้งอย่างสุดโต่ง ขณะที่บางพื้นที่อาจเจอพายุรุนแรงเกินคาดหมาย

อาเซียนบนความเสี่ยง “ร้อนจัด-แล้งนาน-ไฟป่า”

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สัญญาณเตือนภัยปรากฏชัดเจนในทุกแบบจำลองภูมิอากาศ ภูมิภาคนี้คือ "จุดยุทธศาสตร์" ที่จะได้รับผลกระทบจากความร้อนรุนแรง (Heatwave) มากกว่าพื้นที่อื่น

ความน่ากังวลอยู่ที่ ภาวะขาดแคลนน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมที่เป็นกระดูกสันหลังของภูมิภาค นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แห้งจัดจะเพิ่มความเสี่ยงของ ไฟป่าข้ามพรมแดน และปัญหาฝุ่นควันพิษ (PM2.5) ที่จะทวีความรุนแรงขึ้นและควบคุมได้ยากกว่าเดิม

บทสรุปของความยั่งยืน การปรับตัวเพื่ออยู่รอด

ในมิติของความยั่งยืน (Sustainability) เหตุการณ์ซูเปอร์เอลนีโญรอบนี้คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของระบบบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกลุ่มอาเซียน การเตรียมพร้อมรับมือไม่ใช่แค่เรื่องของภาครัฐ แต่คือการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชนในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า

โลกกำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน (Uncharted Territory) และซูเปอร์เอลนีโญครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "ความปกติใหม่" (New Normal) ที่เราต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคโลกร้อน

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์