SPACEBAR ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กับกรณีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติปานามา SEALLOYD ARC อับปางใกล้จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง ภายใต้การอำนวยการของ พลเรือโทวีรุดม ม่วงจีน ผบ.ทรภ.3/ผอ.ศรชล.ภาค 3 แถลงยกระดับการเฝ้าระวังตู้สินค้าและมาตรการป้องกันมลพิษ โดยขอแจ้งความคืบหน้าการปฏิบัติการในพื้นที่เรือจม ดังนี้

1. การควบคุมวัตถุอันตราย (DG Management)
จากการตรวจสอบบัญชีสินค้า พบว่ามีตู้สินค้าที่เข้าข่ายวัตถุอันตรายจำนวน 14 ตู้ ขณะนี้ ร.ล.หนองสาหร่าย กำลังใช้ยานสำรวจใต้น้ำความละเอียดสูง (Plutino) เพื่อพิสูจน์ทราบตำแหน่งและสภาพของตู้สินค้าดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่าสารเหล่านี้ถูกบรรจุในภาชนะมิดชิดตามมาตรฐานสากล และจมอยู่ที่ความลึก 61 เมตร ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะส่งผลกระทบต่อชายฝั่งในระยะสั้น
2. ผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อม
ทีมเชี่ยวชาญด้านมลพิษ (คอปน.) ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่ระดับความลึก 28 เมตร อยู่ที่ 7.97 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยืนยันได้ว่ายังไม่มีการรั่วไหลของสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในขณะนี้

3. มาตรการความปลอดภัยพื้นที่
เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของยานสำรวจใต้น้ำ ศรชล.ภาค 3 ได้กำหนดเขตปลอดภัย (Safety Zone) รัศมี 500 หลา รอบจุดเรือจม ขอความร่วมมือเรือประมงและเรือท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์
เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลเป็นอันดับแรก และจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างโปร่งใสต่อเนื่อง
— ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง แถลงยืนยัน
กรมควบคุมมลพิษ ตรวจคุณภาพน้ำใช้เพื่อนันทนาการได้ตามปกติ
ทางด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มอบหมายสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (ภูเก็ต) ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งหาดท่องเที่ยวเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบจากกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามา จมลงทะเล บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย (ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต) ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ครั้งที่ 2 จำนวน 5 หาด (ติดตามตรวจสอบเพิ่มขึ้นใหม่ 3 หาด ได้แก่ หาดกะตะน้อย หาดกะตะใหญ่ และหาดกะรน จากเดิม 2 หาด ได้แก่ หาดราไวย์ หาดในหาน)
1. หาดราไวย์ จำนวน 2 จุด ได้แก่ หาดราไวย์ตอนเหนือ (จุดที่ 1) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.08 (ค่ามาตรฐาน 7.0-8.5) ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 7.46 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) (ค่ามาตรฐานไม่น้อยกว่า 4.0 มก./ล.) ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 47.3 กรัมต่อลิตร (ก./ล.) หาดราไวย์ตอนกลาง (จุดที่ 2) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.10 ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 8.01 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 47.9 ก./ล.
2. หาดในหาน บริเวณตอนกลางหาด (จุดที่ 3) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็น กรด-ด่าง (pH) 8.22 ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 7.67 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 48.6 ก./ล.
3. หาดกะตะน้อย (จุดที่ 4) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.18 มีค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 7.66 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 48.1 ก./ล.
4. หาดกะตะใหญ่ (จุดที่ 5) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.17 มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) 7.62 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 48.0 ก./ล.
5. หาดกะรน จำนวน 2 จุด ได้แก่ หาดกะรนตอนใต้ (จุดที่ 6) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.23 มีค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 7.74 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 48.5 ก./ล., หาดกะรนตอนเหนือ (จุดที่ 7) ไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและชายหาด มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 8.20 มีค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 7.71 มก./ล. ค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 48.2 ก./ล.

จากการแปรผลคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น (พารามิเตอร์ภาคสนาม) พบว่าคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง หาดราไวย์ หาดในหาน หาดกะตะน้อย หาดกะตะใหญ่ และหาดกะรน ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ
ทั้งนี้ คพ. ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ Oil Map คาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน กรณีน้ำมันรั่วไหลจากเรือ พบว่าคราบน้ำมันมีแนวทางการเคลื่อนตัวจากตำแหน่งเรือที่จมไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และจะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลเปิด ไม่พัดเข้าสู่ชายฝั่งของประเทศไทย




