“ปีใหม่” เรามักเริ่มต้นด้วยการตั้ง New Year’s Resolutions เพื่อเป็นความหวังว่า “ปีนี้จะดีกว่าเดิม” ทว่า โลกในปี 2026 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นต่อเนื่อง สภาพอากาศสุดขั้วกลายเป็นเรื่องปกติ และทรัพยากรถูกใช้เร็วกว่าที่โลกฟื้นตัวได้ ปณิธานปีใหม่อาจไม่ใช่แค่เราจะพัฒนาตัวเองแค่ไหน? แต่ในสมการใหม่ต้องใส่ “โลก” เข้าไปด้วย
ข้อมูลจากสหประชาชาติชี้ว่า วิกฤตโลกร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จะไม่มีทางสำเร็จ หากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันยังสวนทางกับ “สิ่งแวดล้อม”
SPACEBAR ชวนมาเปิดลิสต์ “อยู่ดี กรีนดี ฉบับปี 2026” กับ 9 ปณิธานปีใหม่สายกรีน ที่ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มได้จริง และช่วยให้โลกหายใจได้คล่องขึ้นอีกนิดด้วยสองมือของเราทุกคน

1. ลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว
ทำไมต้องทำ?
พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) คือสัญลักษณ์ของความสะดวกที่แลกมาด้วยภาระของโลก ตามสถิติพบว่ามนุษย์เราใช้ถุงพลาสติกหิ้วไปมาเพียงไม่กี่นาทีก็ทิ้ง ทว่า โลกต้องรับมือกับมันนานนับร้อยปี
ในทุกๆ ปีมีพลาสติกกว่า 8 ล้านตันไหลลงสู่ทะเล แตกตัวเป็น “ไมโครพลาสติก” ปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่แพลงก์ตอนจนถึงมนุษย์ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ภาพเต่าหรือวาฬ แต่อยู่ที่สุขภาพของเรา เศรษฐกิจ ความท้าทายทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนความมั่นคงทางอาหารในอนาคต
การลดพลาสติกจึงไม่ใช่เรื่องรักษ์โลกเชิงสัญลักษณ์ แต่คือการปกป้องคุณภาพชีวิตของตัวเราเอง
เริ่มยังไง?
เริ่มจากการปฏิเสธของที่ไม่จำเป็นก่อน เช่น หลอด ถุงพลาสติก ซองซ้อนซอง จากนั้นค่อยสร้างนิสัยใหม่ด้วยการพกถุงผ้า แก้วน้ำ และกล่องอาหาร เมื่อเริ่มชิน ให้ขยับไปเลือกสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้จริง การลดพลาสติกเล็กน้อยทุกวัน เมื่อรวมกันทั้งสังคมจะสร้างผลลัพธ์ที่ไม่เล็กเลย

2. แยกขยะอย่างจริงจัง
ทำไมต้องทำ?
สิ่งของที่เราใช้จำนวนมากไม่ควรถูกเรียกว่า “ขยะ” หากถูกคัดแยกอย่างถูกต้อง
ปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่การขาดโรงงานรีไซเคิล แต่คือขยะต้นทางปนเปื้อนจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ เมื่อขยะรีไซเคิลถูกฝังกลบหรือเผา เราสูญเสียทั้งทรัพยากร พลังงาน และโอกาสในการลดการปล่อยคาร์บอน
เริ่มยังไง?
เริ่มจากจัดระบบในบ้านให้แยกง่าย มีถังขยะอย่างน้อยสามประเภท คือ ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ และขยะทั่วไป ล้างภาชนะก่อนทิ้ง และเรียนรู้สัญลักษณ์รีไซเคิล เมื่อทำจนเป็นนิสัย การแยกขยะจะกลายเป็นเรื่องปกติที่ช่วยโลก และช่วยลดภาระให้พี่ๆ ที่เก็บขยะไปพร้อมกัน

3. ปลูกต้นไม้ ปลูกอาหาร
ทำไมต้องทำ?
ต้นไม้คือโครงสร้างพื้นฐานของโลก ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดอุณหภูมิ ดูดฝุ่น และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เมืองที่ต้นไม้น้อยลงมักเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น การปลูกอาหารเองยังช่วยลด Food Miles ลดสารเคมี และเชื่อมโยงมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติ
เริ่มยังไง?
เริ่มจากพื้นที่ที่มี ไม่ใช่พื้นที่ในอุดมคติ แค่กระถางเล็กๆ ระเบียงน้อยๆ หรือขอบหน้าต่างก็เพียงพอ เลือกพืชที่ดูแลง่ายและเหมาะกับสภาพอากาศ หากไม่มีพื้นที่ ลองเข้าร่วมสวนชุมชนหรือกิจกรรมปลูกป่า เพราะหัวใจของการปลูกไม่ใช่จำนวนต้นไม้ แต่คือการดูแลให้เติบโต

4. ใช้พลังงานอย่างฉลาด
ทำไมต้องทำ?
ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันยังคงเชื่อมโยงกับการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานที่ดูราคาถูกในวันนี้ คือภาระด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคต การประหยัดพลังงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟ แต่คือเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกและรักษาเสถียรภาพของโลก
เริ่มยังไง?
เริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ เช่น ปิดไฟ ปิดปลั๊ก ใช้แสงธรรมชาติ เปลี่ยนเป็นหลอด LED และเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ตั้งอุณหภูมิแอร์อย่างเหมาะสม เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน ระบบการใช้พลังงานทั้งบ้านจะเปลี่ยนตาม

5. ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ทำไมต้องทำ?
น้ำไม่ใช่ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด โลกกำลังเผชิญวิกฤตน้ำทั้งในรูปแบบน้ำท่วม ปนเปื้อน และภัยแล้ง การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองเพิ่มแรงกดดันต่อแม่น้ำ เขื่อน และระบบนิเวศทั้งหมด
เริ่มยังไง?
ปิดน้ำเมื่อไม่จำเป็น ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เก็บน้ำฝนไว้รดต้นไม้ และหลีกเลี่ยงการทิ้งสารเคมีลงแหล่งน้ำ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า คือการเคารพทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์

6. เดินทางให้น้อยลง แต่มีความหมายมากขึ้น
ทำไมต้องทำ?
ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักของเมือง รถยนต์ 1 คันปล่อยคาร์บอนมากกว่าที่หลายคนคิด การลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นช่วยทั้งโลก สุขภาพ และคุณภาพชีวิต
เริ่มยังไง?
เลือกขนส่งสาธารณะ เดินหรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ วางแผนการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ บางครั้งการเดินทางที่ช้าลง อาจทำให้เราเห็นโลกมากขึ้น ปีใหม่นี้ลองลดเครื่องยนต์กลไกแล้วใช้เครื่องยนต์มนุษย์ ถ้า 10,000 ก้าวมากไป งานวิจัยบอกเดินวันละ 3,967 ก้าวก็พอ

7. สนับสนุนสินค้ายั่งยืน
ทำไมต้องทำ?
ทุกการซื้อคือการส่งสัญญาณไปยังตลาด ผู้บริโภคคือพลังที่กำหนดทิศทางการผลิต หากความยั่งยืนสำคัญต่อผู้ซื้อ ธุรกิจก็ต้องปรับตัว
เริ่มยังไง?
ซื้อให้น้อยลงแต่เลือกให้ดี อ่านฉลาก มองหาความโปร่งใส และสนับสนุนแบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

8. ลดเนื้อ เพิ่มพืช
ทำไมต้องทำ?
อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ใช้ทรัพยากรสูงและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก การลดเนื้อแม้เพียงบางมื้อ สามารถลดรอยเท้าคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ
เริ่มยังไง?
เริ่มจากสัปดาห์ละ 1–2 มื้อ เลือกอาหารท้องถิ่น ตามฤดูกาล และลดอาหารเหลือทิ้ง การกินคือการตัดสินใจด้านสิ่งแวดล้อมที่เราทำได้ทุกวัน

9. รักตัวเองในแบบที่โลกไม่ต้องแบกรับ
ทำไมต้องทำ?
สุขภาพของคนและสุขภาพของโลกเชื่อมโยงกัน ชีวิตที่เร่งรีบ บริโภคหนัก และใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น ไม่ดีต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม
เริ่มยังไง?
เลือกกินดี นอนพอ ลดเวลาหน้าจอ เคลื่อนไหวร่างกาย และใช้ชีวิตให้เบาลงแต่มีคุณภาพมากขึ้น
เราเชื่อว่าปี 2026 อาจไม่ใช่ปีที่โลกกลับมาสวยงาม หรือปัญหาสิ่งแวดล้อมจะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ยังเป็นปีที่เราตัดสินใจได้ทุกวันว่าจะใช้ชีวิตแบบไหนบนโลกใบนี้
การตั้งปณิธานปีใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องของคนดีพิเศษ หรือสายกรีนตัวจริง หากคือคำถามพื้นฐานที่สุดว่าเราจะอยู่ดีโดยไม่ผลักภาระไปให้โลกแบกรับต่อไปได้หรือไม่? เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกไม่ได้ต้องการคำสัญญาที่สวยหรูในวันปีใหม่ แต่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชีวิตประจำวัน และเมื่อคนธรรมดาจำนวนมากเลือกขยับพร้อมกัน ก้าวเล็กๆ เหล่านั้น อาจเป็นแรงพยุงสำคัญที่ทำให้โลกใบเดิมใบนี้…ยังพอมีพื้นที่ให้อนาคตได้หายใจต่อไป



