สถานการณ์น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ้งในตอนบนของประเทศไทยต่อเนื่องพื้นที่ภาคอีสานยังคงต้องจับตากันในระยะนี้ ล่าสุด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังติดตามพบฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ตอนกลางของ สปป.ลาว ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน

อัปเดตระดับน้ำโขง วันที่ 11 ส.ค.69 เวลา 09.00 น. ระดับน้ำโขงอยู่ที่ 11.61 เมตร และคาดว่าคงทรงตัวในระดับนี้ตลอดทั้งวัน ต่ำกว่าตลิ่ง 0.95 เซนติเมตร ระดับวิกฤติอยู่ที่ 12.20 เมตร ระดับตลิ่ง 13.20 เมตร
11–15 สิงหาคม พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สทนช.คาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่11–15 สิงหาคม 2569 ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5–1.5 เมตรครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี จึงขอให้จังหวัดริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือบริเวณลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อระดับน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะ อำเภอท่าอุเทน ธาตุพนม บ้านแพง และเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม รวมถึง อำเภอดอนตาล เมืองมุกดาหาร และหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ฝนหนักอีสาน ดันน้ำโขงเพิ่มต่อเนื่อง
ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า จากการติดตามและประเมินสภาพอากาศช่วงวันที่ 10–12 สิงหาคม 2569 พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเป็นพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและฝนตกหนักมาก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและ สปป.ลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง
พื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร ได้แก่
จังหวัดบึงกาฬ ในอำเภอเมืองบึงกาฬ บุ่งคล้า เซกา ศรีวิไล และบึงโขงหลง
จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี ตาลสุม ดอนมดแดง สว่างวีระวงศ์ บุณฑริก สิรินธร เดชอุดม นาเยีย และพิบูลมังสาหาร
จังหวัดนครพนม ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน ศรีสงคราม และนาหว้า
นอกจากฝนที่ตกหนักในประเทศไทยแล้ว ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ยังส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน เขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว มีอัตราการระบายน้ำ 14,949 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณวงกว้าง
เร่งประสาน MRC จับตาน้ำไหลเข้า-การระบายเขื่อน
สทนช.ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ได้ประสานงานกับประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC และสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) เพื่อติดตามข้อมูลปริมาณน้ำไหลเข้า ระดับน้ำ และแผนการระบายน้ำของเขื่อนในลุ่มน้ำโขงไว้ล่วงหน้าอย่างใกล้ชิด
การแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ และช่วยให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที หากสถานการณ์มีแนวโน้มกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำโขง
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการรับมือฤดูฝน ทั้งการติดตั้งเครื่องจักรและเครื่องมือในจุดเสี่ยงและจุดอ่อนไหว การขุดลอกคูคลอง และกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ รวมถึงบริหารจัดการการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับระดับน้ำในแม่น้ำโขง
หากระดับน้ำโขงหนุนสูง หน่วยงานเตรียมปิดประตูน้ำและใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบาย เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือน และชุมชน

ย้ำคนริมโขงอย่าประมาท จับตาระดับน้ำใกล้ตัว
ทั้งนี้ สทนช.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้ติดตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง
ประชาชนควรระมัดระวังการสัญจรทางน้ำและการประกอบกิจกรรมในแม่น้ำโขง ขณะที่พื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ช่วงวันที่ 11–15 สิงหาคม 2569 จึงเป็นช่วงที่พื้นที่ริมแม่น้ำโขงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำไม่ได้เกิดจากฝนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยจากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ รวมถึงสถานการณ์การระบายน้ำในลุ่มน้ำโขงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด





