การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B ชี้ให้เห็นว่าเสียงรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของนกทั่วโลก โดยรบกวนตั้งแต่การร้องเรียกหาคู่ไปจนถึงความสามารถในการหาอาหารและหลบหลีกผู้ล่า
งานวิจัยครอบคลุม 4 ทศวรรษ
นักวิจัยได้ทบทวนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกือบ 4 ทศวรรษ และพบว่าเสียงรบกวนจากมนุษย์ได้แทรกแซงชีวิตของนกใน 6 ทวีป และส่ง "ผลกระทบเชิงลบที่รุนแรง" ต่อความสำเร็จในการสืบพันธุ์
ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบจากการศึกษาที่เผยแพร่ตั้งแต่ปี 1990 ครอบคลุมนก 160 สายพันธุ์ เพื่อหาแนวโน้มในวงกว้าง
ผลกระทบต่อการสื่อสารของนก
นาตาลี แมดเดน นักวิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน อธิบายว่านกใช้เสียงร้องเพื่อหาคู่ ใช้เสียงเรียกเตือนภัยจากผู้ล่า และใช้เสียงร้องเพื่อบอกพ่อแม่ว่าหิว หากมีเสียงดังในสิ่งแวดล้อม พวกมันยังสามารถได้ยินสัญญาณจากสายพันธุ์เดียวกันหรือไม่
การศึกษาพบหลักฐานชัดเจนของผลกระทบ "แพร่หลาย" ของมลพิษทางเสียงต่อนกทั่วโลก เสียงรบกวนส่งผลต่อการสื่อสาร พฤติกรรมเสี่ยง การหาอาหาร ความก้าวร้าว และสรีรวิทยา
ความแตกต่างตามสายพันธุ์
การตอบสนองแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ โดยนกที่ทำรังใกล้พื้นดินได้รับผลกระทบด้านการสืบพันธุ์มากกว่า ขณะที่นกที่ใช้รังเปิดโล่งประสบปัญหาการเจริญเติบโตมากกว่า ขณะที่นกที่อาศัยในเขตเมือง มักมีระดับฮอร์โมนความเครียดสูงกว่านกที่อยู่นอกเมือง
แนวทางแก้ไขปัญหา
นีล คาร์เตอร์ นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ระบุว่ามีวิธีแก้ปัญหามลพิษทางเสียงอยู่แล้ว เช่น การออกแบบอาคารเพื่อลดการชนของนก สามารถดัดแปลงให้ลดเสียงรบกวนได้เช่นกัน
"เรารู้วิธีใช้วัสดุต่างๆ และวิธีติดตั้งเพื่อปิดกั้นเสียง เราแค่ต้องสร้างความตระหนักและความสนใจในการทำ"
— คาร์เตอร์ กล่าว
ทั้งนี้ สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติรายงานในเดือนตุลาคมว่านก 61% ของโลกมีประชากรลดลง ทำให้ปัญหามลพิษทางเสียงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน





