โลกอาจไม่ได้พังเพราะสงคราม แต่เพราะ “ผึ้ง” หายไป?

22 พ.ค. 2569 - 09:59

  • “ผึ้ง” ผู้ปิดทองหลังโลกที่ช่วยขับเคลื่อนระบบอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ

  • วิกฤตโลกร้อน สารเคมี และเกษตรอุตสาหกรรม กำลังผลักผึ้งเข้าสู่ภาวะเสี่ยงทั่วโลก

  • ไทยเริ่มเผชิญสัญญาณลดลงของ “ผึ้งมิ้ม” และ “ชันโรง” แมลงผสมเกสรสำคัญของระบบนิเวศท้องถิ่น

โลกอาจไม่ได้พังเพราะสงคราม แต่เพราะ “ผึ้ง” หายไป?

ในโลกที่มนุษย์หวาดกลัวสงคราม นิวเคลียร์ และวิกฤตภูมิอากาศ อาจมีภัยเงียบอีกอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาโดยแทบไม่มีใครสังเกต นั่นคือ การหายไปของ “ผึ้ง” สิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่กลับเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ค้ำจุนระบบอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมดุลของธรรมชาติทั้งโลก

green-space-world-may-not-collapse-from-war-but-from-bees-disappearance-SPACEBAR-Photo01.jpg

เพราะทุกครั้งที่ผึ้งบินจากดอกหนึ่งไปสู่อีกดอกหนึ่ง พวกมันไม่ได้เพียงผลิตน้ำผึ้ง แต่กำลังทำหน้าที่ “เชื่อมชีวิต” ของพืชพรรณ สรรพสัตว์ และมนุษย์เข้าไว้ด้วยกัน ทว่า ในวันที่โลกกำลังเผชิญภาวะโลกร้อน การใช้สารเคมีทางการเกษตร และการทำลายระบบนิเวศอย่างหนัก ฮีโร่ตัวจิ๋วเหล่านี้กลับกำลังลดจำนวนลงอย่างน่ากังวล รวมถึง “ผึ้งมิ้ม” และ “ชันโรง” ของไทย ที่เริ่มส่งสัญญาณวิกฤตเงียบในระบบธรรมชาติที่เราอาจมองข้ามมานานเกินไป

...แล้วเคยได้ยินประโยคทองยอดฮิตนี้ไหม?

“เมื่อใดที่ผึ้งหมดไปจากพื้นผิวโลก เมื่อนั้นมนุษย์เหลือเวลาเพียง 4 ปีที่จะมีชีวิต เพราะจะไม่มีการถ่ายเรณูอีกต่อไป ดังนั้น โลกใบนี้จะไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ และไม่มีมนุษย์”

คำกล่าวที่มักถูกอ้างว่าเป็นของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในแง่ของประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ไม่มีบันทึกว่าไอน์สไตน์เป็นคนพูดประโยคนี้ (ข้อมูลจากหนังสือ The Ultimate Quotable Einstein และเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง Snopes ระบุว่ามันเป็นโควทที่เริ่มแพร่หลายจากการประท้วงของกลุ่มคนเลี้ยงผึ้งในยุโรปช่วงปี 1994) และในทางชีววิทยา มนุษย์ก็คงไม่ถึงกับสูญพันธุ์ใน 4 ปี เพราะพืชอาหารหลักอย่างข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด อาศัย “ลม” ในการผสมเกสร

ทว่า ในเชิงปรัชญาและระบบนิเวศ ประโยคนี้กลับทรงพลังอย่างยิ่ง มันสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่าง “มนุษย์” กับ “ธรรมชาติ” ได้อย่างทรงคุณค่า และนั่นคือเหตุผลที่สัปดาห์นี้มีความสำคัญต่อโลกเป็นอย่างมาก เพราะมี 2 วันสำคัญระดับโลกที่เวียนมาบรรจบกัน นั่นคือ วันผึ้งโลก (World Bee Day - 20 พฤษภาคม) และ วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity - 22 พฤษภาคม)

สองวันสำคัญนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนเราว่า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่พูดไม่ได้เหล่านี้ กำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “นิเวศบริการ” (Ecosystem Services)

green-space-world-may-not-collapse-from-war-but-from-bees-disappearance-SPACEBAR-Photo02.jpg

นิเวศบริการขั้นเทพ: เมื่อแมลงตัวเล็ก แบกครัวโลกใบใหญ่

ข้อมูลโดย วิมลศิริ สิงหะ ผู้ช่วยนักวิจัยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผึ้งไม่ได้มีประโยชน์แค่การผลิตน้ำผึ้งหวานๆ แต่พวกมันคือ “ฮีโร่ตัวจริง” ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพของโลก

◦                         75% ของพืชอาหารมนุษย์ต้องพึ่งพาผึ้ง ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า พืชผลทางการเกษตรที่ให้ผลไม้ ผัก เมล็ดพืช และถั่วต่างๆ ที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ มากกว่า 3 ใน 4 ชนิด ต้องอาศัยแมลงผสมเกสร ซึ่ง “ผึ้ง” คือจักรกลหลัก

◦                         ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ หากไม่มีผึ้ง แม้เราจะไม่ตายเพราะยังมีข้าวกิน แต่เราจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนสารอาหารอย่างรุนแรง พืชผลมูลค่าสูงและเปี่ยมวิตามิน เช่น แอปเปิล อัลมอนด์ อะโวคาโด บลูเบอร์รี่ หรือแม้แต่เมล็ดกาแฟ จะมีจำนวนลดลงอย่างมหาศาลและมีราคาพุ่งสูงจนจับต้องไม่ได้

แต่น่าเศร้าที่ปัจจุบัน ผึ้งทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสูญพันธุ์ที่เร็วกว่าอัตราปกติถึง 100 ถึง 1,000 เท่า เนื่องมาจากฝีมือมนุษย์ ทั้งการทำเกษตรเชิงเดี่ยว การตัดไม้ทำลายป่า และการประโคมใช้สารเคมีฆ่าแมลง

green-space-world-may-not-collapse-from-war-but-from-bees-disappearance-SPACEBAR-Photo03.jpg

เจาะลึกสถานการณ์ผึ้งไทย เมื่อบ้านของฮีโร่กำลังหายไป

ในประเทศไทย แม้จะยังไม่มีตัวเลขสถิติภาพรวมที่ระบุแน่ชัดว่าจำนวนผึ้งลดลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ แต่สัญญาณเตือนภัยในท้องถิ่นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

วิกฤตที่น่ากังวลที่สุดคือสถานการณ์ของผึ้งพื้นเมือง เช่น ผึ้งมิ้ม (Apis florea) และ ชันโรง (Stingless bees) ที่กำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก

•                         สูญเสียที่อยู่อาศัย การขยายตัวของเมืองและการทำเกษตรแปลงใหญ่ทำให้ต้นไม้และดอกไม้ป่าที่เป็นแหล่งอาหารลดลง

•                         สารเคมีทางการเกษตร การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในสวนผลไม้และไร่นา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและการรอดชีวิตของผึ้ง

•                         การขาดองค์ความรู้ แม้ปัจจุบันจะมีความพยายามส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและชันโรงเพื่อเพิ่มรายได้และผลิตน้ำผึ้ง/ไขผึ้งมูลค่าสูง แต่เกษตรกรไทยจำนวนมากยังขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการจัดการสายพันธุ์และดูแลรักษารังอย่างยั่งยืน

เปลี่ยนความตระหนักให้เป็นการกระทำ

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  ได้เสนอแนะแนวปฏิบัติเพื่อกอบกู้สถานการณ์และปกป้องแมลงผสมเกสรเหล่านี้ ผ่านการขับเคลื่อนเชิงระบบ เช่น เกษตรนิเวศ (Agroecology) และ การเกษตรป่าไม้ (Agroforestry) รวมถึงการรณรงค์ลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร

แต่ในฐานะคนธรรมดา เราก็สามารถช่วยชีวิตฮีโร่ตัวน้อยเหล่านี้ได้ง่ายๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน เช่น

•                         ปลูกดอกไม้พื้นถิ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ในบ้านด้วยพืชที่มีดอก เพื่อเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัยให้ผึ้ง

•                         Say No สารเคมี หลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าแมลงในสวนหลังบ้าน

•                         สนับสนุนเกษตรกรสายกรีน เลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ และอุดหนุนน้ำผึ้งจากแหล่งผลิตที่ใส่ใจและอนุรักษ์ธรรมชาติ

“วันผึ้งโลก” และ “วันความหลากหลายทางชีวภาพ” ในปีนี้จะไม่ใช่เพียงแค่วันสำคัญบนปฏิทิน แต่เป็จอีกเสียงเรียกเตือนให้พวกเราตระหนักว่า การปกป้องผึ้ง...แท้จริงแล้วคือการปกป้องแหล่งอาหาร สุขภาพของโลก และทางรอดของตัวเราเอง เพราะในโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของธรรมชาติ ไม่มีชีวิตใดที่สามารถแยกตัวอยู่รอดได้โดยลำพัง

 /

อ้างอิงข้อมูลจาก:Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO), National Geographic, และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์