ดร.สนธิ ผ่าวิกฤตสามเส้า ‘พลังงาน-ค่าครองชีพ-Extreme Heat’

25 มี.ค. 2569 - 13:58

  • วิกฤตสามเส้า สภาวะความร้อนจัด พลังงานขาดแคลน และค่าครองชีพพุ่งสูง กำลังเขย่าโครงสร้างพื้นฐานและเสถียรภาพสังคมไทยอย่างรุนแรง

  • ความยากจนทางพลังงาน ค่าไฟและน้ำมันที่แพงเกินรับมือ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน

  • การปรับตัวเชิงรุก นักวิชาการจี้รัฐบาลวางยุทธศาสตร์รับมือด่วน หากบริหารจัดการล้มเหลวอาจลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาสังคม

ดร.สนธิ ผ่าวิกฤตสามเส้า ‘พลังงาน-ค่าครองชีพ-Extreme Heat’

ท่ามกลางวิกฤตสงครามและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ สถานการณ์ทางกายภาพของประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับบททดสอบที่รุนแรงไม่แพ้กัน เมื่อปัจจัยลบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโคจรมาบรรจบจนกลายเป็น “Perfect Storm” ที่กระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ในทุกมิติ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ฉายภาพให้เห็นถึง “วงจรแห่งความลำบาก” ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของฝนฟ้าอากาศ แต่คือความเปราะบางของระบบโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรที่ส่งผลกระทบ “แบบลูกโซ่” จากยอดปิรามิดลงสู่ฐานรากของสังคม

ปรากฏการณ์ความร้อนสุดขั้วกับการล่มสลายของสมดุลพลังงาน

ในมุมมองเชิงวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่คือตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่ทำให้ความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ดร.สนธิ ชี้ให้เห็นว่าเมื่ออากาศร้อนจัด ประชาชนย่อมมีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อการระบายความร้อนมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ากลับมีความเสี่ยงที่จะพุ่งสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลก หรือแม้แต่สภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลัก

สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 7 ว่าด้วยพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) เมื่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแต่รายได้ของประชาชนคงที่ "ความยากจนทางพลังงาน" (Energy Poverty) จะกลายเป็นปัญหาหลักที่ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำในสังคม หากรัฐบาลไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน เราอาจเห็นภาพของค่าไฟที่แพงจนเกินแบกรับ หรือแม้กระทั่งวิกฤตไฟฟ้าดับ (Blackout) ในบางพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการผลิตและภาคบริการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

green-space-sonthi-triple-threat-energy-climate-crisis-SPACEBAR-Photo01.jpg

จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจและสุขภาพ

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวิเคราะห์ของ ดร.สนธิ คือการเชื่อมโยงระหว่าง "สภาวะแวดล้อม" กับ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" เมื่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งขยับตัวสูงขึ้น ผนวกกับความร้อนที่ส่งผลต่อผลิตผลทางการเกษตร ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะอาหารจะพุ่งสูงขึ้นทันที สิ่งนี้จะนำไปสู่การชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาค ประชาชนจะเริ่มเข้าสู่โหมดประหยัดขั้นสูงสุดเพื่อความอยู่รอด ลดการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบหดหายไป

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว มิติทางด้านสุขภาพ (SDG 3: Good Health and Well-being) ยังเป็นจุดเปราะบางที่สำคัญ ความร้อนจัดไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรก แต่ยังก่อให้เกิดความเครียดสะสมและความตึงเครียดทางสังคม (Social Tension) ดร.สนธิ เตือนว่าความลำบากที่บีบคั้นอาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมหรือการประท้วงที่รุนแรงขึ้น หากรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการความคาดหวังและคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชนได้ทันท่วงที

green-space-sonthi-triple-threat-energy-climate-crisis-SPACEBAR-Photo02.jpg

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: เตรียมรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด

ดร.สนธิ คชวัฒน์ เน้นย้ำว่าในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานแบบ "รอให้เกิดแล้วค่อยแก้" ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งกรณีปกติ (Normal Case) และกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) การบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับประเทศต้องบูรณาการทั้งด้านพลังงาน สาธารณสุข และการคลังเข้าด้วยกัน

โจทย์สำคัญคือ รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวตามแนวทาง Resilience Strategy หรือการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศสามารถฟื้นตัวจากแรงกระแทกได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพลังงานที่มีความหลากหลาย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง หรือการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและสภาพภูมิอากาศ

บทสรุปจากคำเตือนของนักวิชาการท่านนี้คือ เสียงสะท้อนว่า "ความยั่งยืน" ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ไกลตัว แต่มันคือเรื่องของปากท้อง ความปลอดภัย และเสถียรภาพของสังคมไทยในนาทีนี้ หากรัฐบาลยังนิ่งเฉยต่อ "วงจรแห่งความลำบาก" ที่กำลังก่อตัว เราอาจต้องเผชิญกับวิกฤตที่ยากเกินกว่าจะเยียวยาด้วยมาตรการระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์