‘ชัชชาติ’ สั่งเตรียมรับมือ Rain Bomb ห่วงฝนถล่มกรุง แจงข่าวลือ กทม.จมปี 2030

6 พ.ค. 2569 - 14:14

  • กทม.สั่งทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ Rain Bomb หากเกิดฝนหนัก 300 มม. ใน 3 ชม.

  • ย้ำแนวคันกั้นน้ำเจ้าพระยา รองรับน้ำทะเลหนุนได้ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวรัฐบาลต้องวางแผน

  • ระบุกรุงเทพฯ หยุดใช้น้ำใต้ดิน อัตราการทรุดตัวอยู่ในระดับต่ำ

‘ชัชชาติ’ สั่งเตรียมรับมือ Rain Bomb ห่วงฝนถล่มกรุง แจงข่าวลือ กทม.จมปี 2030

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักในลักษณะ “Rain Bomb” โดยมีการวิเคราะห์สถานการณ์หากเกิดฝนตกปริมาณ 300 มิลลิเมตร ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งได้ประเมินผลกระทบในทุกเขตแล้วว่าอาจเกิดปัญหาในบางจุด

แจงน้ำท่วมปี 2030 ยังไม่เกิดในระยะสั้น

สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ในปี 2030 จากภาวะโลกร้อน ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าน้ำที่จะส่งผลต่อกรุงเทพฯ มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก โดยในระยะ 4–5 ปีข้างหน้า น้ำทะเลหนุนอาจส่งผลกระทบในบางจุดที่เป็นช่องว่างของแนวป้องกัน แต่ไม่ใช่ผลกระทบในภาพรวมทั้งเมือง

“ในแง่ของน้ำทะเลหนุนช่วงระยะเวลา 4-5 ปี อาจจะมีท่วมบ้างในบางจุดที่เป็นจุดฟันหลอ ซึ่งไม่ได้มีผลมาก หากได้รับผลกระทบมาก ประเทศอื่นที่อยู่ใกล้กันอย่างสิงคโปร์ ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะเป็นทะเลเดียวกัน”

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผย

ย้ำแนวคันกั้นน้ำครอบคลุม 88 กิโลเมตร

ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีแนวคันกั้นน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ความสูงประมาณ +2.80 ถึง +3.5 เมตร เทียบระดับน้ำทะเลปานกลาง ครอบคลุมระยะทางรวมประมาณ 88 กิโลเมตร และมีการยกระดับเพิ่มเติมอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตรในบางจุด

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองอันดับ 9 ที่มีความเสี่ยงสูงสุดจากภาวะโลกร้อน แต่เป็นในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้ต้องอยู่ในแผนของรัฐบาลที่จะต้องคิดในภาพรวม ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ จังหวัดเดียวที่จะได้รับผลกระทบ แต่จังหวัดที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จะได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้น ต้องเป็นแผนที่รัฐบาลดูแลในภาพรวม

Chatchart-emphasizes-that-the-February-8th-election-must-be-transparent-and-impartial-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

ระบุอัตราทรุดตัวลดลงหลังหยุดใช้น้ำใต้ดิน

ในประเด็นการทรุดตัวของพื้นดิน ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีอัตราการทรุดตัวลดลง เนื่องจากไม่มีการใช้น้ำใต้ดินแล้ว ทำให้อัตราการทรุดตัวอยู่ในระดับต่ำ

เตรียมมาตรการเสริมโครงสร้างป้องกันน้ำ

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการรับมือยังรวมถึงการเสริมความมั่นคงของคันกั้นน้ำริม แม่น้ำเจ้าพระยา การยกระดับถนนในพื้นที่แนวกั้นน้ำ และการติดตั้งประตูน้ำเพิ่มเติมตามคลอง เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ระบุว่าจากการวิเคราะห์ตามหลักฐานที่มีอยู่ สถานการณ์น้ำทะเลหนุนจะเป็นผลกระทบในระยะยาว ขณะที่ในระยะสั้นได้สั่งการให้เตรียมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก หรือ Rain Bomb ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงนี้

“หากถามถึงในระยะ 4 ปี สิ่งที่กังวลน่าจะเป็นเรื่องของ Rain Bomb และในขณะนี้กรุงเทพฯ ได้หยุดการทรุดตัวของพื้นดินแล้ว เนื่องจากไม่มีการใช้น้ำใต้ดิน ทำให้อัตราการทรุดตัวค่อนข้างต่ำ ไม่ได้สูง ส่วนเรื่องน้ำทะเลหนุนจากภาวะโลกร้อน น้ำคงไม่สูงขึ้นแบบพุ่งพรวดถึงระดับเป็นเมตร ดังนั้นหากมีการประเมินว่าใน 4 ปีน้ำจะท่วมอาจจะเป็นตัวเลขที่กังวลมากเกินไป”

นายชัชชาติ ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์