อัปเดตพายุไต้ฝุ่น ‘ดอลฟิน’ มุ่งหน้าไต้หวัน ไทยจับตาผลกระทบทางอ้อมดึงมรสุมแรงฝนหนัก 7-10 ส.ค.

3 ส.ค. 2569 - 11:51

  • พายุไต้ฝุ่นดอลฟินไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทางอ้อม จับตาฝนหนักจากมรสุมช่วง 7-10 ส.ค. 2569

  • ECMWF ชี้ฝนหนักต่อเนื่องถึง 10 ส.ค. ก่อนมีแนวโน้มลดลงช่วงกลางเดือน

  • ปภ.ประเมิน ส.ค.ฝนมากกว่าปกติ สั่ง 17 จังหวัดภาคเหนือยกระดับเฝ้าระวังฝนหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน 24 ชม.

อัปเดตพายุไต้ฝุ่น ‘ดอลฟิน’ มุ่งหน้าไต้หวัน ไทยจับตาผลกระทบทางอ้อมดึงมรสุมแรงฝนหนัก 7-10 ส.ค.

จับตา ไต้ฝุ่นดอลฟิน” มุ่งหน้าเกาะไต้หวัน

สถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลัง “พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน” (DOLPHIN) ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 13 ของปีตามการนับของศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางกรุงโตเกียว (RSMC Tokyo) ยังคงเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ โดยยังอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก

พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (DOLPHIN) พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกลูกที่ 13 ของปี
พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (DOLPHIN) พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกลูกที่ 13 ของปี

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยเมื่อเช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ว่าแนวโน้มของพายุจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนในช่วงวันที่ 7-8 สิงหาคม และ “ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 7-10 สิงหาคม 2569 พายุลูกนี้อาจส่งผลทางอ้อม โดยช่วยดึงให้มรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

dolphin-typhoon-taiwan-thailand-monsoon-7-10-aug-2022-SPACEBAR-Photo02.jpg
dolphin-typhoon-taiwan-thailand-monsoon-7-10-aug-2022-SPACEBAR-Photo03.jpg

แบบจำลองพายุสอดคล้องกันยืนยันไม่กระทบไทยโดยตรง

การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและแบบจำลองเส้นทางพายุจากสถาบันวิจัยดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา UW-CIMSS เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 3 สิงหาคม พบว่าแบบจำลองหลักทั้งกลุ่ม Consensus และ Dynamical Models ให้ผลสอดคล้องกันในระดับสูง

พายุมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน ก่อนเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศจีน โดยเส้นทางพายุอยู่ทางเหนือของละติจูด 20 องศาเหนือ จึง ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของประเทศไทย

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคือบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกแถบละติจูด 20-27 องศาเหนือ ซึ่งจะมีคลื่นลมแรงและสภาพอากาศแปรปรวนตามแนวเส้นทางพายุ

ปภ. ประเมินสิงหาคมฝนมากกว่าปกติ

สั่ง 17 จังหวัดภาคเหนือยกระดับเฝ้าระวังอุทกภัย 24 ชั่วโมง

แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จากแนวโน้มมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น หน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเรียกประชุม 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและตอบโต้สถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรียกประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ร่วมกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรียกประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ร่วมกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรียกประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ร่วมกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ ศูนย์ ปภ.เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง หลังการคาดการณ์ระบุว่า เดือนสิงหาคม 2569 จะมีฝนมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก

ปภ.ระบุว่าหลายจังหวัดเริ่มได้รับผลกระทบจากฝนหนักแล้ว เช่น

  • เชียงราย ที่สามารถปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจได้จากการตั้ง "วอร์รูมคู่ขนาน" เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
  • เพชรบูรณ์ ใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนน้ำป่าไหลเข้าท่วม
  • พิษณุโลก ระดมเครื่องจักร เรือ และเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย
  • เชียงใหม่ ยังควบคุมสถานการณ์ได้จากมาตรการเชิงรุกและความสามารถในการรองรับน้ำของอ่างเก็บน้ำ

พร้อมกันนี้ อธิบดี ปภ.ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุจริง เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ สำรองสิ่งของจำเป็น และบูรณาการการทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อปพร. และเครือข่ายกู้ภัย เพื่อให้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือ การสื่อสารเตือนภัยเชิงรุกผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือได้ทันเวลา

dolphin-typhoon-taiwan-thailand-monsoon-7-10-aug-2022-SPACEBAR-Photo05.jpg

พยากรณ์อากาศวันนี้ ไทยตอนบนยังมีฝนหนักบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่ม และบริเวณทางน้ำไหลผ่าน ควรระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากฝนที่ตกสะสม ด้านสภาพทะเล ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขณะที่ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

พยากรณ์อากาศรายภาค

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน ตาก และอุตรดิตถ์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี  สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ กาญจนบุรี และราชบุรี 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ช่วง 5-9 ส.ค. เสี่ยงฝนหนักหลายภูมิภาค

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ช่วงวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก จากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านตอนบนของประเทศ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนจะสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 3-9 สิงหาคม และเรือเล็กอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม

ECMWF คาดฝนหนักต่อเนื่องถึง 10 ส.ค.ก่อนแนวโน้มลดลง

ผลการคาดการณ์สภาวะฝนล่วงหน้า 15 วัน (3-17 สิงหาคม 2569) จากแบบจำลองของศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป (ECMWF) ระบุว่า ช่วง 3-10 สิงหาคม ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงที่มรสุมมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ร่องมรสุมยังพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุม

ช่วง 7-9 สิงหาคม มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้นจากอิทธิพลทางอ้อมของพายุไต้ฝุ่นดอลฟินที่เคลื่อนตัวเข้าทางตะวันออกของจีน ส่งผลให้โอกาสเกิดฝนหนักเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและแนวตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หลังจากนั้นในช่วง 11-17 สิงหาคม แนวโน้มฝนจะลดลง มรสุมอ่อนกำลังลง โดยยังมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนภูมิภาคอื่นมีฝนน้อยลง

dolphin-typhoon-taiwan-thailand-monsoon-7-10-aug-2022-SPACEBAR-Photo06.jpg

กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำยังไม่มีพายุมุ่งเข้าไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ส่วนฝนที่เกิดขึ้นในระยะนี้มีสาเหตุหลักจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

สำหรับพายุดีเปรสชันที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ แม้อาจทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อนในช่วงสั้นๆ แต่มีแนวโน้มถูกดูดกลืนและอ่อนกำลังลงเมื่อพายุขนาดใหญ่กว่าเคลื่อนเข้าใกล้ จึงไม่ควรตื่นตระหนกกับข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และควรติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์