'ซ้อต่าย' สะใภ้ 'ชิดชอบ' ลูกสาว 'เจ้าพ่อรับเหมา' - 'นางพญา' ข้างกาย 'เนวิน'

29 ก.ค. 2569 - 16:49

  • ความสำเร็จของตระกูล "ชิดชอบ" ไม่ได้มีเพียง "เนวิน ชิดชอบ" แต่ยังมี "ซ้อต่าย" สตรีผู้ก้าวเข้ามาเชื่อมประสาน "ฐานทุน" รับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ จากภาคเหนือ เข้ากับ "บ้านใหญ่การเมือง" จ.บุรีรัมย์

  • ลงสมัคร สส. ครั้งแรกในปี 2539 ชูภาพ "นักเรียนนอก" ฝ่ามรสุมการเมืองของ "เนวิน" ต่อมาคว้าชัยชนะเก้าอี้นายก อบจ.บุรีรัมย์ ปี2551 จัดระเบียบ "ศูนย์รวมอำนาจชิดชอบ" ให้อยู่ภายใต้ "เนวิน-กรุณา"

  • ยุทธศาสตร์ "กีฬานำการเมือง" ใช้กลไก อบจ. สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน พลิกโฉม "เมืองทางผ่าน" สู่ "เมืองกีฬา" พร้อมสวมบท "ป้าต่าย" ของ "แฟนบอล" และเป็น "นางพญา" เคียงข้าง "เนวิน"

'ซ้อต่าย' สะใภ้ 'ชิดชอบ' ลูกสาว 'เจ้าพ่อรับเหมา' - 'นางพญา' ข้างกาย 'เนวิน'

ตระกูล "ชิดชอบ" แห่งจังหวัดบุรีรัมย์นับเป็นหนึ่งในตระกูลการเมือง "บ้านใหญ่" ที่สามารถปรับตัวและคงอิทธิพลได้อย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ 

ภาพจำส่วนใหญ่ของสาธารณชนมักพุ่งเป้าไปที่ "ชัย ชิดชอบ" ผู้ล่วงลับ และ "เนวิน ชิดชอบ" ครูใหญ่ผู้มากบารมี 

แต่หากวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจและการขับเคลื่อนอาณาจักรบุรีรัมย์แล้วนั้น จะพบว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันยาวนานนี้มีฟันเฟืองสำคัญในนาม "กรุณา ชิดชอบ" หรือ "ซ้อต่าย" สตรีผู้ก้าวเข้ามาเติมเต็มทั้งฐานทุน และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการเมืองและการบริหารจัดการยุคใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์

เส้นทางชีวิตของกรุณาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของ "สะใภ้" แต่เป็นภาพสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไทย จากยุคการเมืองอุปถัมภ์แบบภูธร สู่ยุคการบริหารจัดการเชิงธุรกิจและการสร้างยุทธศาสตร์ "กีฬานำการเมือง" 

'ฐานทุนเหนือ' ประสาน 'บ้านใหญ่บุรีรัมย์'

กรุณา ชิดชอบ (นามสกุลเดิม สุภา) เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2507 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เธอเป็นบุตรสาวคนโตของ "พ่อเลี้ยงคะแนน สุภา" และ นวลจันทร์ สุภา โดยบิดาของเธอคือเจ้าของ บริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่วงการรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ภาคเหนือ

การกำเนิดใน ครอบครัวคหบดีใหญ่ภาคเหนือ ทำให้กรุณาได้รับการสั่งสมฐานทุนทางเศรษฐกิจและเครือข่ายคอนเนกชันที่กว้างขวางตั้งแต่เยาว์วัย

นอกจากฐานทุนทางเศรษฐกิจแล้ว ด้านการศึกษายังถือเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้กรุณามีศักยภาพสูงในการบริหารจัดการ โดยเธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ 

ก่อนจะสมรสกับ "เนวิน ชิดชอบ" ในปี 2537 กลายเป็นการเชื่อมประสานพันธมิตรข้ามภูมิภาคระหว่าง "ทุนก่อสร้างเชียงใหม่" กับ "บ้านใหญ่การเมืองบุรีรัมย์"

จากมรสุม ‘ยี้ห้อย’ สู่ภาพลักษณ์ ‘นักเรียนนอก’

เส้นทางบนกระดานอำนาจทางการเมืองของกรุณาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางมรสุมการเมืองครั้งใหญ่ของสามี ในปี 2538 เนวิน ชิดชอบ ต้องเผชิญกับวิกฤตความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรงจากข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้ง จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "ยี้ห้อย ร้อยยี่สิบ" ส่งผลให้เนวินต้องพ้นออกจาก พรรคชาติไทย

ในช่วงเวลาแห่งความสุ่มเสี่ยงทางการเมือง ชัย ชิดชอบ ผู้เป็นบิดา ได้ทำหน้าที่กอบกู้สถานการณ์ด้วยการเจรจาหาพรรคการเมืองใหม่ จนกระทั่ง ได้รับความยินยอมจาก "ไชยยศ สะสมทรัพย์" หัวหน้าพรรคเอกภาพ ในขณะนั้น ให้ตระกูลชิดชอบเข้าร่วมงานทางการเมือง 

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2539 เนวินจึงใช้ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์การเมืองของตระกูล ด้วยการส่งคู่ชีวิตอย่าง "กรุณา ชิดชอบ" ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ เป็นครั้งแรก

การหาเสียงในครั้งนั้น เนวิน เน้นชูภาพลักษณ์ของกรุณาในฐานะ "นักเรียนนอก" ผู้มีความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการระดับสากล เพื่อนำมาลบภาพความดุดันของการเมืองสไตล์เดิม ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งเนวิน-กรุณา สามารถคว้าเก้าอี้ สส. บุรีรัมย์ สังกัด พรรคเอกภาพ มาครองได้พร้อมกัน

หลังจากนั้น กราฟการเมืองของกรุณาก็เคลื่อนตัวขนานไปกับอำนาจทางการเมืองของเนวินอย่างต่อเนื่อง ในปี  2544 บรรหาร ศิลปอาชา ได้เปิดประตูรับ ตระกูลชิดชอบ กลับเข้า พรรคชาติไทย อีกครั้ง ส่งผลให้กรุณาได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ สมัยที่ 2

จนกระทั่งในการเลือกตั้ง สส. ปี 2548 ทั้งคู่ได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เนวินผงาดขึ้นเป็น "มือขวาทักษิณ" และส่งผลให้บทบาททางการเมืองของกรุณาในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคไทยรักไทย มีความมั่นคงอย่างยิ่ง

สมรภูมิ อบจ.บุรีรัมย์ ศึกสายเลือด - จุดกำเนิด ‘กีฬานำการเมือง’

การพลิกผันทางการเมืองหลังการรัฐประหาร ปี 2549 และการยุบ พรรคไทยรักไทย ทำให้ตระกูลชิดชอบต้องถอยร่นมาตั้งหลักในฐานที่มั่นท้องถิ่น ในปี 2551 สนามการเมืองท้องถิ่นระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ ได้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการวัดบารมี

เดิมทีตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์ เป็นของ พ.ต.อ.ชวลิต ชิดชอบ" (พี่เขยของเนวิน) แต่ในการเลือกตั้ง 2551 เนวินตัดสินใจส่ง กรุณา ชิดชอบ ลงสมัครนายก อบจ. บุรีรัมย์ ในนาม "กลุ่มเพื่อนเนวิน"

ทำให้เกิด "ศึกสายเลือด" เมื่อกรุณาต้องเปิดศึกเลือกตั้งแข่งกับ "อุษณีย์ ชิดชอบ" อดีต สว.บุรีรัมย์ (พี่สาวของเนวิน และเภรรยา พ.ต.อ. ชวลิต) 

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า กรุณา ชิดชอบ คว้าชัยชนะอย่างขาดลอย ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์ สมัยแรก สะท้อนถึงการจัดระเบียบศูนย์รวมอำนาจภายใน ตระกูลชิดชอบ ให้อยู่ภายใต้การนำของเนวิน-กรุณา

ต่อมาในการเลือกตั้ง อบจ. ปี 2555 กรุณาสามารถรักษาเก้าอี้นายก อบจ. บุรีรัมย์ ได้เป็นสมัยที่ 2 ซึ่งการดำรงตำแหน่งในสมัยนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นยุค รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ของเนวิน ต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน 

ในช่วงสุญญากาศทางอำนาจระดับชาตินี้เอง เนวินและกรุณาได้ร่วมกันสถาปนายุทธศาสตร์ "กีฬานำการเมือง"

อบจ.บุรีรัมย์ ภายใต้การนำของกรุณา ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการที่เนวินสร้างสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสนามแข่งรถมาตรฐานโลก ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต 

เปลี่ยนจังหวัดบุรีรัมย์จาก "เมืองทางผ่าน" ให้กลายเป็น "เมืองแห่งกีฬา" ยุทธศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่จังหวัดอย่างมหาศาล แต่ยังช่วย สร้างฐานเสียง ให้กับ "ตระกูลชิดชอบ" มากยิ่งขึ้น

หลังจากวางรากฐานการพัฒนาเมืองและกระชับอำนาจท้องถิ่นไว้อย่างมั่นคง กรุณา ชิดชอบ ได้ตัดสินใจเว้นวรรคจากการลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ. บุรีรัมย์ โดยส่งต่อให้แก่ "ภูษิต เล็กอุดากร" ซึ่งมีศักดิ์เป็น หลานชาย เนวิน ชิดชอบ

การส่งต่ออำนาจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างการบริหารจัดการการเมืองท้องถิ่นของตระกูลชิดชอบที่มีความถาวรและเป็นระบบ โดยมีกรุณาและเนวินคอยเป็นที่ปรึกษาและดูแลภาพรวมในฐานะ "ผู้บริหารสูงสุด"

ภายหลังจากการถอนตัวออกจากตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ กรุณาได้ผันตัวมาดูแลบริหารธุรกิจ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมกับเนวินอย่างเต็มตัว 

ในบทบาทใหม่นี้ กรุณาได้รับการยอมรับและเป็นที่รักของแฟนบอลในฐานะ "ประธานเชียร์" หรือ "ป้าต่าย"บุคลิกที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา และการลงไปนำเชียร์บนอัฒจันทร์ด้วยตัวเอง ทำให้กรุณากลายเป็นขวัญใจของคนท้องถิ่น

จะเห็นได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ "กรุณา ชิดชอบ" หรือ "ซ้อต่าย" ไม่ใช่เป็นเพียงบุคคลที่ยืนอยู่ใต้เงาของ เนวิน ชิดชอบ เท่านั้น หากแต่เธอคือ "ผู้ร่วมสร้างอาณาจักร" ที่มีบทบาทสำคัญในทุกจุดเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของบ้านใหญ่บุรีรัมย์

นับตั้งแต่การ "นำทุน-ความรู้" เข้ามาเสริม "ฐานการเมืองระดับชาติ" การเป็นตัวแทนลงสนามสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของตระกูล การเข้ามาบริหารงาน อบจ.บุรีรัมย์ ตลอดจนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "กีฬานำการเมือง" จนพลิกโฉมจังหวัดบุรีรัมย์ได้สำเร็จ

อาจพูดได้ว่าได้ว่าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ บทบาทของ กรุณา ชิดชอบ ในฐานะผู้บริหารอาณาจักรกีฬา-แม่บ้านการเมือง ผู้กุมสายสัมพันธ์ท้องถิ่น ยังคงเป็นฟันเฟืองแข็งแกร่งที่ไม่เคยหยุดหมุน เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ "ตระกูลชิดชอบ" ยืนหยัดมั่นคงอยู่บนยอดเขา"อำนาจการเมืองไทย"

ประวัติกรุณา-ชิดชอบ.jpg

อ้างอิง

thematter / thaipbs / mgronline / komchadluek /

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ซ้อต่าย สะใภ้ชิดชอบ' ลูกสาวเจ้าพ่อรับเหมา นางพญาข้างกายเนวิน