วัดใจพรรคส้ม ปม 44 สส.สู้หรือถอย

20 เม.ย. 2569 - 10:55

  • ศาลฎีกานัด 24 เม.ย. ชี้ชะตา 44 สส.

  • พรรคส้มวางแผนปรับทัพ เผื่อเกมการเมือง

  • เก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน เสี่ยงสะเทือน

วัดใจพรรคส้ม ปม 44 สส.สู้หรือถอย

วันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้ พรรคประชาชน (ปชน.) จะประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งตรงกับวันที่ศาลฎีกา นัดพิจารณาคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ประเด็นแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ถูก ป.ป.ช.ร้องเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงพอดี

ดูจากข่าวสารที่มีออกมา เหมือนมีการ ‘จัดทัพใหม่’ วางตัวบุคคลในตำแหน่งหลักๆ รอเอาไว้ทั้งหมดแล้ว โดยให้ ณัฐพงษ์ เรือปัญญาวุฒิ ลุกจากเก้าอี้หัวหน้า ไปอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค และให้ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ขยับมาเป็นหัวหน้าแทน

เหตุผลเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ  เอาไว้

หากจับพลัดจับผลู ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ซึ่งเป็น 1 ใน 44 สส.พรรคส้ม ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.หลังศาลประทับรับฟ้องและไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็จะทำให้ต้องเสียเวลามาจัดทัพภายในกันใหม่อีกรอบ

แต่ดูจากตารางเวลาแล้ว พรรคส้มคงรอดูความชัดเจนจากศาลเสียก่อน เพราะถึงแม้นัดหมายในวันเดียวกัน แต่การประชุมใหญ่พรรคส้มจะมีไปถึงวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ดังนั้น คงไม่รีบเปลี่ยนหัวหน้าพรรคตั้งแต่วันแรก โดยไม่รอคำตอบจากศาลฎีกาว่า ผลการสั่งคดีจะออกมาอย่างไร

ก่อนหน้านี้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 10 สส.ชุดปัจจุบัน และเป็นมือกฎหมายพรรคส้ม ได้คาดการณ์คำสั่งศาลในวันที่ 24 เมษายน ไว้ 3 แนวทางด้วยกัน คือ

1.ไม่ประทับรับฟ้องเลย

2.ศาลประทับรับฟ้องโดยที่ไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือศาลอาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

3.ศาลสั่งให้ ป.ป.ช.ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม

โดย นพ.วาโย ให้น้ำหนักไว้ที่แนวทางที่ 3 มากที่สุด เพราะเห็นว่าคำร้องของ ป.ป.ช.ยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์ เอกสารประกอบท้ายคำร้องยังส่งไม่ครบ แถมพบมีข้อบกพร่องบางประการค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งป.ป.ช.อาจกระทำการละเมิดกฎหมาย โดยจะยื่นคำร้องในส่วนนี้ให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย

เมื่อพิจารณาตามเหตุผลข้างต้นแล้ว การจัดทัพใหม่ของพรรคส้ม ที่วางตัวอาจารย์ ‘ต้น-วีระยุทธ’ ไว้ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ น่าจะเป็นการเตรียมการเผื่อเอาไว้ก่อนมากกว่า เพราะหากผลออกมาอย่างที่หมอวาโยว่าไว้ ก็ยังไม่ต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค

ทำให้หัวหน้า ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ มีโอกาสหวลคืนเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ อีกคำรบ

นอกจากนั้น ประเมินจากท่าทีของ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. มือปราบปลาหมอคางดำ ที่อยู่ในกลุ่ม 10 สส.และออกมาฟาดกลับประธานฯ โสภณ ซารัมย์ เรื่องไม่เสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เนื่องจากรอการแจ้งชื่อจากพรรคประชาชน เป็นการ ‘พูดส่งๆ’ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ พร้อมสำทับว่า

“พรรคประชาชน มีหัวหน้าชัดเจนอยู่แล้ว คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ได้หายไปไหน และไม่มีขั้นตอนพิเศษใดที่พรรคต้องดำเนินการเพิ่มเติม หากประธานสภาจะเดินหน้าตามกระบวนการ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโยนความรับผิดชอบมาที่พรรคประชาชน”

“อย่าปล่อยให้ขั้นตอนพื้นฐานของรัฐสภากลายเป็นอุปสรรคทางการเมือง เพราะสุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชน”

กล่าวสำหรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 กำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ดำเนินการ ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว โดยเลือกจากสส.ผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ตามรายะเอียดที่กำหนดไว้

ดังนั้น พิจารณาจากการออกมาแสดงความเห็นของ สส.ณัฐชา คงไม่ใช่แค่ยกหลักการมาโต้ตอบกลับธรรมดา แต่มีความสอดคล้องกับจังหวะก้าวการจัดทัพใหม่ของพรรคส้ม ที่รอความชัดเจนจากศาลฎีกา และหมอวาโย ก็เชื่อเป็นการส่วนตัวว่าศาลจะสั่งให้ ป.ป.ช.ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม

เมื่อเป็นแบบนี้ เวลาในการสั่งคดีของศาลก็ต้องทอดยาวออกไปอีก ขณะที่การเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านฯ ตามรัฐธรรนูญสามารถดำเนินการได้แล้ว คงต้องวัดใจประธานฯ โสภณ เมด อิน บุรีรัมย์ จะตัดสินใจอย่างไร

ในขณะที่พรรคส้ม หากวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้ ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายจากศาลฎีกา และยังไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเกิดขึ้น ย่อมเห็นได้ชัดถึงกลเกม เหลี่ยมคูทางการเมืองในเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไร ระหว่างชิงเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เพื่อกอดเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ ไว้

หรือปล่อยให้มีการแต่งตั้ง ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ เป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ ไปก่อน ทันทีที่ศาลประทับรับฟ้องและไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็จะได้สะเทือนลั่นทุ่งกันไปว่าผู้นำฝ่ายค้านฯ สภาไทยต้องถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น ค่อยไปคิดอ่านจัดทัพภายในส่งไม้ต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ กันภายหลังก็ยังไม่สาย

วัดใจพรรคส้ม เรื่องปม 44 สส.กับเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ ว่างานนี้จะสู้-ถอยหรือเล่นล่อเอาเถิดกันขนาดไหน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์