การออกหมายเรียกครอบครัว ‘หวังศุภกิจโกศล’ ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ‘หาดสวนยา’ ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา
มองเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ ที่หลังจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอ รับเรื่องไว้ดำเนินการแล้ว เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จ ก็ต้องแจ้งให้ผู้ที่ถูกร้องมารับทราบข้อกล่าวหา อันเป็นหลักที่ถือปฏิบัติโดยทั่วไป
แต่ที่ไม่ปกติคือ เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน โดยดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษที่ 154/2562 จากนั้น ได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการ เนื่องจากพบเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.
ต่อมา ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องคืนให้ดีเอสไอ หลังพิจารณาเห็นว่ามีบางข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหามิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อดีเอสไอรับเรื่องมาแล้ว ก็ตั้งเรื่องสอบหลายประเด็น อาทิ การบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินของรัฐ และขุดทำลายทางสาธารณะประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จนมาตกเป็นข่าวใหญ่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังมีการจัดโผ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งมีความไม่ลงตัวเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้รับการจัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี 8 ที่นั่ง แยกเป็นว่าการ 5 และช่วยว่าการอีก 3
ปัญหาใหญ่อยู่ที่ 5 เก้าอี้ว่าการที่ไม่ลงตัว เพราะจำนวนคนล้นเกินเก้าอี้ แถมเสนาบดียังไปกระจุกตัว ขี่คอกันอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ที่พท.มีสองบ้านใหญ่ คือ บ้านใหญ่แป้งมันของตระกูล ‘หวังศุภกิจโกศล’ กับตระกูล ‘จันทรรวงทอง’ คนหนึ่งมีสส.ในมือ 9 เสียง ส่วนอีกคนมี 2 เสียง แต่มีสถานะเป็นเลขาธิการพรรค
ดังนั้น ทั้งสองตระกูลจึงต้องได้เก้าอี้ใหญ่ทั้งคู่ จนเป็นเหตุให้ผู้หยั่งรู้ฟ้าดินทางการเมืองอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน รายชื่อต้องหลุดวงโคจรไปในเที่ยวนี้
แต่เมื่อมีประเด็น การบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ‘หาดสวนยา’ เกิดขึ้น ที่ ‘กำนันป้อ’ วีรศักดิ์ หวังสุภกิจโกศล บิดา สส.สุดาวรรณ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามนัด และบอกกับนักข่าวสั้นๆ ว่า “เป็นประเด็นทางการเมือง” จึงต้องรอดูว่าชื่อ ‘ปุ่ง-สุดาวรรณ’ ที่ส่งไปเป็น 1 ใน 5 รายชื่อได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการของ พท.จะผ่านด่านคุณสมบัติหรือไม่
เพราะหนนี้ใช้ตะแกรงตาถี่สุดๆ ใครไม่ผ่านด่าน 18 อรหันต์ ต้องถูกตีกลับ
ทีนี้นอกจากการเสียบสกัดกันเองในพท.แล้ว ปัญหาการเติบใหญ่ทางการเมืองของกลุ่มแป้งมันในพื้นที่ภาคอีสาน ที่โตวันโตคืน จากโคราชสยายปีกกินพื้นที่ไปถึง จ.อุบลราชธานี มีสส.รวมกันมากถึง 15 ที่นั่ง
โดยเฉพาะที่โคราช พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพียรเจาะสนามนี้มาตั้งแต่ปี 2562 ปี 2566 และปี 2569 แต่เจาะไม่เข้าเสียที จึงต้องใช้วิธีทำให้อ่อนแรงลง ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มแป้งมันในชั่วโมงนี้ น่าจะมาจากการสนธิกำลังกันทั้งจากข้างในและข้างนอก เป็นปรากฎหารณ์ ‘น้ำเงิน-แดง’ รุมสหบาทาค่ายแป้งมัน
สุดท้ายปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ ‘กำนันป้อ’ ปักใจเป็นเรื่องการเมือง ขณะที่ ‘ปุ่ง-สุดาวรรณ’ ลูกสาวก็ยอมรับว่าแอบเครียดนั้น ในเรื่องของคดีความค้างเก่าผิด-ถูกอย่างไรก็ต้องว่ากันไป
ส่วนจะมีผลต่อการจัดวางคนในเก้าอี้รัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 พลัส หรือไม่ ให้รอดูตอนประกาศรายชื่อว่าจะมีคนของค่ายแป้งมันอยู่ตรงไหนหรือต้องสลับร่างสร้างชาติกันอย่างไร




