ใบไผ่ The Series บันทึกให้จำ #เลือกตั้ง69 EP.5 จุดจบ แบบที่อาจไม่จบ เสือลำบาก ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ เข้าถ้ำเลียแผล…รอวันกลับมาคำราม

23 มี.ค. 2569 - 08:32

  • การหลุดจากอำนาจของ ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ไม่ใช่แค่ผลเลือกตั้ง แต่เป็น “เกมอำนาจที่ถูกควบคุม” เพื่อสกัดการเติบโต

  • ปัจจัยเบื้องหลังมีทั้งสัญญาณทางการเมืองและความกังวลถึงอิทธิพลในอนาคต จนต้องสั่งเบรกเกม

ใบไผ่ The Series บันทึกให้จำ #เลือกตั้ง69 EP.5 จุดจบ แบบที่อาจไม่จบ เสือลำบาก ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ เข้าถ้ำเลียแผล…รอวันกลับมาคำราม

ภาพการขนของออกจากทำเนียบรัฐบาล และห้องทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ อันเสมือนหนึ่งศูนย์บัญชาการหลักของ ‘ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า’ นับเป็นการปิดฉากเส้นทางอำนาจทางการเมืองในคณะรัฐมนตรีอีกครั้งของแมวหลายชีวิตรายนี้ 

เส้นทางสายนี้ อาจปิดลงชั่วคราว หรืออาจปิดสนิทนิ่งนาน วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ แต่ความต่างของเส้นทางอำนาจเส้นทางนี้ ทำให้คนอย่าง ‘ผู้กองธรรมนัส’ เห็นสัจธรรมแห่งอำนาจบางประการ

สัจธรรมที่ต่างจากเส้นทางการเข้ารับราชการ…ที่ผู้กองเข้าและออกมาแล้วหลายรอบ 

สัจธรรมที่ต่างจากเส้นทางแห่งคดี…ที่ผู้กองรอดพ้นมาแล้วหลายครั้ง

สัจธรรมแห่งอำนาจเส้นนี้…ล้วนถูกกำหนดจากอำนาจที่ผู้กองเองก็มองเห็น…แต่ไม่อาจก้าวล่วง 

มีเรื่องเล่าจากวงเหล้าเรื่องหนึ่ง ถึงการเข้าร่วมรัฐบาลชั่วคราวของนายกฯหนู เรื่องเล่าที่ไม่มีใครยืนยันว่า จริงหรือไม่ 

เรื่องเล่าเรื่องนี้ เอ่ยถึงโทรศัพท์เบอร์หนึ่ง เป็นเบอร์ที่คนสำคัญเท่านั้นที่จะครอบครองได้

โทรศัพท์เบอร์นั้น…ทำให้ผู้กองที่ยังคงลังเลต่อการต้องถอนตัวจากขั้วนายเก่า ตัดสินใจเด็ดขาดในการร่วมโหวตให้ ’นายกฯหนู‘ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก 

การโหวตครั้งนั้น แม้เป็นการร่วมรัฐบาลในระยะเวลาสั้น แต่ผู้กองเชื่อว่า นั่นคือคำมั่นที่จะก้าวขึ้นสู่อำนาจในระยะยาว หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่รู้กันดีว่า จะอย่างไร พรรคภูมิใจไทยก็จักต้องกลับมาเป็นรัฐบาล และจะต้องชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับหนึ่งเท่านั้น เพื่อความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลรอบใหม่

แต่ทันทีที่การเลือกตั้งสิ้นสุดลง และผลการเลือกตั้งแม้จะไม่เกินความคาดหมายที่พรรคภูมิใจไทยชนะมาอย่างท่วมท้นถึง 192 เสียง 

แต่ผลการเลือกตั้งที่พรรคกล้าธรรม ชนะเลือกตั้งมาถึง 56 เขต และได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มาถึง 2 ที่นั่งต่างหาก ที่เกินความคาดหมาย 

หลายเขต…อาจเป็นการเอาชนะพรรคเพื่อไทย อันเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย 

แต่เกิน 10 เขต กลับเป็นการเอาชนะพรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้เป้าหมาย 210 - 215 ที่นั่งเป็นอย่างต่ำของพรรคภูมิใจไทยคลาดเคลื่อนไปเกือบ 20 ที่ 

โดยเฉพาะหลายเขตในภาคใต้และภาคอีสาน ที่พรรคกล้าธรรม ชนะ พื้นที่เป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยไปทั้งหมด 12 เขต 

ภาคใต้ 5 เขต

นราธิวาส เขต 1  ‘ลุตฟี หะยีอีแต’ ชนะ ‘วัชระ ยาวอหะซัน’ ตัวเต็งจากไปภูมิใจไทยไป 5,483 คะแนน ,ปัตตานี เขต 4 ‘ยูนัยดี วาบา’ ชนะ ‘อริญชัย ซูสารอ’ ภูมิใจไทยไป 3,112 คะแนน

พัทลุง เขต 3 ‘จรัล จันทร์แก้ว’ ชนะ ‘เขมพล อุ้ยตยะกุล’ ภูมิใจไทยไป 15,338 คะแนน

นครศรีธรรมราช เขต 5 ‘สจ.เช้า’ สมศักดิ์ แสงอารยะกุล ชนะ ‘สุธรรม จริตงาม’ ภูมิใจไทย 5,558 คะแนน

สุราษฏร์ธานี เขต 7 ‘กำนันศักดิ์’ พงศ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ชนะ ‘ธนินทร์ นวลวัฒน์’ ไป 10,798 คะแนน

ภาคกลาง 2 เขต 

นครนายก เขต 1 ‘ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร’ ชนะ ‘สุรพล บุญมา’ ภท. ไป 3,051 คะแนน

สุพรรณบุรี เขต 3 ‘ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ’ ชนะ ‘นพดล มาตรศรี’ ภท. ไป 6,941 คะแนน

ภาคอีสาน 5 เขต

สกลนคร เขต 1 ‘สิรภพ สมผล’ ชนะ ‘พินิตเมธ ทีฆธนานนท์’ ภท.ไป 3,540 คะแนน

สกลนคร เขต 2 ‘ปรีชา หล้าพรม’ ชนะ ‘ณภัชชา ศิลปะรายะ’ ภท.ไป 3,456 คะแนน 

สกลนคร เขต 5 ‘วงศ์อะเคื้อ บุญศล’ ชนะ ‘ไชยมงคล ไชยรบ’ ภท.ไป 6,101 คะแนน

หนองบัวลำภู เขต 1 ‘ชยะนันท์ เกตุเมฆ’ ชนะ ‘สุวัฒน์  มนตรี’ ภท.ไป 8,156 คะแนน

หนองบัวลำภู เขต 3 ‘พรณรงค์ นิลนะมะ’ ชนะ ‘อาณัติ ชินทะวัน’ ภท.ไป 2,304 คะแนน

ชัยชนะของพรรคกล้าธรรมที่เกินความคาดหมาย แม้จะสร้างความคลางแคลงใจให้กับแกนนำบางคนของพรรคภูมิใจไทย แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่พรรคกล้าธรรมตกขบวน ครม.อนุทิน 2 

เรื่องเล่าในวงเหล้า ที่ก็ไม่แน่ชัดว่า จริงหรือหลอก บอกว่า “ปัจจัยหลักที่พรรคกล้าธรรมตกขบวนรถไฟรอบนี้ เพราะหลังเลือกตั้ง ไม่มีโทรศัพท์เบอร์นั้น โทรเข้ามายืนยันชื่อพรรคกล้าธรรม เหมือนครั้งโหวตนายกฯอนุทินรอบแรก”

เมื่อไร้เสียงการันตีผ่านคลื่นโทรศัพท์…เมื่อชัยชนะของพรรคกล้าธรรม เป็นสัญญาณความเติบโตที่สร้างความหวาดหวั่นถึงการขยายอำนาจเพิ่ม หากผู้กองกลับเข้ามาถืออำนาจรัฐอีกรอบ

ความแข็งแกร่งที่กระทรวงเกษตร การใช้กลไกของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่มีอำนาจรัฐไม่นานนัก ล้วนแต่สร้างความกังวลให้กับผู้ที่เฝ้าจับตามองทุกก้างย่างของผู้กองอย่างใกล้ชิด 

จาก 58 ที่นั่ง หากได้ถืออำนาจรัฐต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกระทรวงเดิม แน่นอนว่า พยัคฆ์อย่างผู้กองย่อมต้องผงาดจนยากที่จะควบคุม

การหยุดวงจรอำนาจของผู้กองและพรรคกล้าธรรมไว้ก่อน การชะลอการเติบโตแบบก้าวกระโดด ย่อมง่ายที่จะเจรจาต่อรอง และกลับมานั่งพูดคุยกันใหม่ในเงื่อนไขที่ห้ามปฏิเสธ

แต่..เกมก็คือ ‘เกม’ ถ้าเกมเป็นไปตามที่กำหนดได้ทั้งหมด การเมืองก็คงเป็นเรื่องง่ายกว่านี้

ถ้าการเมืองไทยเป็นแค่บัญญัติไตรยางค์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ และพรรคเพื่อไทยก็คงยังอยู่ในอำนาจ พรรคภูมิใจไทยก็ยังคงยืนอยู่ในจุดที่เป็นพรรคตัวเลือก พรรคขนาดกลางที่จำเป็นต้องมี หากต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม สมาชิกพรรคกล้าธรรม รวมทั้งตัวผู้กองธรรมนัสก็อาจจะยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

แต่เมื่อการเมือง…ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขแต่เพียงอย่างเดียว

จุดจบบนเส้นทางอำนาจทางการเมืองของผู้กองธรรมนัส ก็ไม่อาจมองข้ามแบบไม่ใยดี โดยเฉพาะการเมืองนอกแบบ หรือการเมืองบนท้องถนน 

ในห้วงเวลาของปี 2552 - ปี 2553 ถ้ามีใครบอกว่า ‘เนวิน ชิดชอบ’ คือ ปรมาจารย์ด้านจัดการมวลชน ในห้วงเวลานั้น ‘ธรรมนัส’ ก็เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ด้านการจัดการมวลชนเช่นกัน

มวลชนของผู้กองมีศักยภาพ และมีพลานุภาพแค่ไหน ไม่มีใครการันตีได้ 

แต่...หลังรัฐประหารปี 2557 กลับไม่มีความเคลื่อนไหวของมวลชนในความดูแลของผู้กองออกมาเคลื่อนไหวอีกเลย 

มวลชนที่เคยเป็นกำลังหลักของพลพรรคเสื้อแดง ที่เป็นทั้งกำลังคน เป็นทั้งส่วนหนึ่งของการ์ด เป็นทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ยุติความเคลื่อนไหวทั้งหมด หลังการรัฐประหารในปี 2557 หรือ หลังจากผู้กองเข้าพูดคุยกับนายทหารรุ่นพี่ท่านหนึ่ง 

ประกาศิตที่ขอให้ยุติความเคลื่อนไหว แล้วจะดูแลทุกเรื่อง ได้รับการปฏิบัติตามคำมั่น ในทุกเรื่อง 

รุ่นพี่คนที่ผู้กองทั้งยำเกรงและเกรงใจ สะกดให้ผู้กองเดินบนเส้นทางสายใหม่ของชีวิต และรุ่งเรืองทั้งอำนาจทางการเงิน และเป็นฐานอำนาจทางการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

เส้นทางการดำเนินธุรกิจ…ในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

เส้นทางการเมือง…ในพรรคพลังประชารัฐ ล้วนแต่เป็นการปูทางของนายทหารรุ่นพี่ท่านนี้ให้กับผู้กองทั้งสิ้น 

แต่ยามนี้…เมื่อผู้กองต้องถอยฉากจากอำนาจทางการเมืองแบบเจ็บปวด 

เมื่อยามนี้…รุ่นพี่ที่ผู้กองทั้งยำเกรงและเกรงใจ เดินถอยฉากออกจากการเมือง และเส้นทางอำนาจ 

ก็ต้องรอดูว่า เสือลำบากอย่าง ‘ผู้กองธรรมนัส‘ จะยอมนอนเลียแผลอยู่ในถ้ำ หรือเตรียมคำรามรอวันเอาคืน 

ในยามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงดาวบอกว่า “ดวงเมืองในอีก 5 เดือนข้างหน้า มีแนวโน้มกำลังจะเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง”

ก็ต้องรอดูว่า…ดาวดวงนั้น เล็งตรงไปที่ใคร และเมื่อถึงวันนั้น เสือร้ายที่หลบเลียแผลอยู่ในถ้ำ จะถึงวันออกมาคำรามอีกหรือไม่

“จุดจบแบบอาจไม่จบ” ของ ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ จะสร้างสีสันบนชีวิตใหม่อีกรอบหรือไม่…ต้องอดใจรอดู

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์