วายแอลจี (YLG) ประเมินแนวโน้มราคาทองคำโลกยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แม้หลังการปรับตัวขึ้นแรงอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่หากราคายังยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้ จะเป็นเพียงการพักฐานเพื่อขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 5,136–5,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากแรงซื้อที่หนุนราคาทองคำมาจากทุกมิติ ทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน กองทุน ETF ไปจนถึงธนาคารกลางทั่วโลก
เทคนิคยังแข็งแรง ย่อไม่หลุดคือสัญญาณบวก
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า หากพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกช่วงเวลา ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว สะท้อนถึงแรงซื้อที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ตราบใดที่ราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ มองว่ามีโอกาสพุ่งทดสอบแนวต้านแถว 5,100–5,136 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และขยับขึ้นสู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะเข้าสู่การปรับฐานขนาดใหญ่ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม YLG เตือนว่า ราคาทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (Overbought) ทั้งในกราฟ 4 ชั่วโมง รายวัน และรายสัปดาห์ รวมถึงเริ่มเห็นสัญญาณ Divergence ระหว่างราคาและดัชนี RSI ในกราฟระดับสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้ราคาย่อตัวลงชั่วคราวเพื่อสะสมกำลังใหม่
หลุด 4,640 ดอลลาร์ มองเป็นพักฐาน ไม่ใช่ขาลง
ในกรณีที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,640 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ YLG มองว่าเป็นการปรับฐานระยะสั้น แต่ยังคงมุมมองเชิงบวก ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับถัดไปบริเวณ 4,274 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ ก็ยังถือเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ ไม่ใช่การกลับทิศเป็นขาลง
แรงขายมี แต่เป็นแค่ทำกำไรระยะสั้น
แม้ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงจะกระตุ้นแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระยะ แต่ YLG ประเมินว่าแรงขายส่วนใหญ่มาจากนักเก็งกำไรระยะสั้น และกองทุน ETF ขณะที่ธนาคารกลางของหลายประเทศยังคงถือครองทองคำในระยะยาว และไม่น่าจะขายทำกำไรออกมา เนื่องจากทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกจึงยังมีแนวโน้ม “ซื้อสุทธิ” ทองคำต่อเนื่อง มากกว่าที่จะพลิกกลับมาเป็นผู้ขายสุทธิ
ดีมานด์ทองคำมาจากทุกมิติ หนุนราคาพุ่งต่อ!
YLG ระบุว่า แรงซื้อทองคำตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม มาจากนักลงทุนทุกกลุ่ม ได้แก่
นักเก็งกำไรในตลาด COMEX
กองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนเพิ่มสถานะซื้อสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 20 มกราคม สถานะซื้อสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 137,444 สัญญา หรือเทียบเท่า 427.53 ตัน สะท้อนบทบาทของนักลงทุนรายย่อยที่กลับมาหนุนราคาทองอย่างชัดเจน
นักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF
ปี 2568 กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเพิ่มการถือครองรวม 800.3 ตัน สู่ระดับ 4,024.5 ตัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ และในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม การถือครองเพิ่มขึ้นอีก 35.8 ตัน สู่ระดับ 4,064.7 ตัน
ความต้องการจากจีน
เดือนธันวาคม มีการถอนทองคำจากตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (SGE) รวม 115 ตัน เพิ่มขึ้น 36% จากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน กองทุน ETF ทองคำของจีนมีเงินไหลเข้าเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และธนาคารกลางจีน (PBOC) ซื้อทองคำเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ทำให้จีนมีทุนสำรองทองคำรวม 2,306 ตัน
ดีมานด์จากอินเดีย
แม้ราคาทองคำสูงจะกดดันตลาดทองคำกายภาพ แต่ความนิยมซื้อ “ทองคำดิจิทัล” ผ่านระบบ UPI เติบโตแรง มูลค่าธุรกรรมเพิ่มเกือบ 3 เท่าในปีเดียว สะท้อนการขยายฐานนักลงทุนและบทบาทของแพลตฟอร์มฟินเทคในตลาดทองคำ



