บาทเปิดเช้าแข็งค่า รับดอลล่าร์อ่อน ทองพุ่ง กดเงินผันผวน

26 ม.ค. 2569 - 08:44

  • เงินบาทเปิดแข็งค่า 31.02 บาท รับดอลลาร์อ่อน–เยนแข็ง

  • ตลาดจับตา FOMC-เสถียรภาพเฟด ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง

  • เตือนบาทแข็งเกินพื้นฐาน เสี่ยงพลิกอ่อนใน 3-6 เดือน

บาทเปิดเช้าแข็งค่า รับดอลล่าร์อ่อน ทองพุ่ง กดเงินผันผวน

เงินบาท ‘แข็งค่าขึ้น’ เปิดเช้านี้ 31.02 บาท/ดอลลาร์ ติดตามผลประชุม FOMC

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 31.19 บาทต่อดอลลาร 

โดยนับตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และมีจังหวะแข็งค่าทะลุโซนแนวรับสำคัญที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบ 30.92–31.24 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่า ทางการสหรัฐฯ อาจร่วมมือกับญี่ปุ่นในการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน (JPY) ส่งผลให้เงินเยนพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทดสอบระดับราว 155 เยนต่อดอลลาร์

ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันจากการที่ตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หลังผู้เล่นในตลาดประเมินว่า Rick Rieder มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน FED คนใหม่ ประกอบกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งยิ่งเสริมแรงหนุนต่อการแข็งค่าของเงินบาท

ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมาก จากความกังวลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล Trump 2.0 รวมถึงความเสี่ยงต่อการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่น

จับตาความผันผวนสัปดาห์นี้

สำหรับสัปดาห์นี้และระยะสั้น พูนมองว่า ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดรับรู้ผลการประชุม FOMC พร้อมติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และท่าทีของทางการญี่ปุ่นเกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินเยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

มุมมองเศรษฐกิจโลก

สหรัฐฯ: ไฮไลต์อยู่ที่ผลการประชุม FED ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50–3.75% อย่างไรก็ดี ตลาดจะให้น้ำหนักกับถ้อยแถลงของประธาน FED นาย Jerome Powell เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน ท่ามกลางประเด็นความเป็นอิสระของ FED รวมถึงการติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และธีม AI/Semiconductor นอกจากนี้ ต้องจับตาความเสี่ยงที่สหรัฐฯ และพันธมิตรอาจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งล่าสุดหลายสายการบิน เช่น Air France และ KLM ได้ยกเลิกเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางแล้ว

ยุโรป: ตลาดรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น GDP ยูโรโซน ไตรมาส 4/2025 เงินเฟ้อคาดการณ์ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนี (IFO)

เอเชีย: โฟกัสหลักอยู่ที่ท่าทีของทางการญี่ปุ่น หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จนตลาดมีการพูดถึงการทำ Rate Checks ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนการแทรกแซงค่าเงิน ขณะเดียวกันจะติดตามข้อมูลยอดค้าปลีกและผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนธันวาคม รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของจีนในเดือนมกราคม

ไทย: นักลงทุนรอประเมินแนวโน้มภาคการผลิต ผ่านรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต เดือนธันวาคม ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

แนวโน้มเงินบาท

 Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า แม้โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทจะมีกำลังมากขึ้น จากแรงหนุนของราคาทองคำและเงินเยนที่แข็งค่า จนมีโอกาสเห็นเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ แต่การแข็งค่าอาจเริ่มชะลอลง หากเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าหลังตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ FED ภายหลังรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจและผลประชุม FOMC

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งประเมินว่ายังควรอ่อนค่ากว่าระดับปัจจุบัน จึงต้องจับตาความเป็นไปได้ของมาตรการต่างๆ เพื่อลดแรงหนุนจากราคาทองคำ ขณะที่ตลาด Options สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มเพิ่มมุมมอง “เชิงลบ” ต่อเงินบาทมากขึ้น บ่งชี้ความเสี่ยงที่เงินบาทอาจพลิกกลับมาอ่อนค่าเมื่อแข็งค่าเข้าใกล้โซน 31.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าทะลุ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ และปรับแข็งค่าต่อไปยังโซน 30.50–30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะถือว่าเงินบาทแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน (ซึ่งประเมินอยู่แถว 33–34 บาทต่อดอลลาร์) และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอ่อนค่าในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า

ในเชิงเทคนิค หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่ยังไม่อ่อนค่าทะลุ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวโน้มระยะกลาง (Weekly) จะยังเป็นขาขึ้นจนกว่าจะอ่อนค่าทะลุ 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และจะปรับมุมมองใหม่ หากอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ บริเวณ 32.10–32.20 บาทต่อดอลลาร์

กรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาท

• กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 30.80–31.50 บาทต่อดอลลาร์
• กรอบ 24 ชั่วโมงข้างหน้า 30.85–31.10 บาทต่อดอลลาร์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์