วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา (AFP) — ระฆังเปิด–ปิดการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อาจกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ในอดีต หลังบริษัทแม่เตรียมผลักดันการซื้อขายหุ้นแบบ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ
อินเตอร์คอนติเนนตัล เอ็กซ์เชนจ์ (Intercontinental Exchange: ICE) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ NYSE เปิดเผยว่า กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายรูปแบบใหม่ที่รองรับการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบ ชำระราคาทันที (instant settlement) โดยอาศัย ดิจิทัลโทเคน ที่สะท้อนมูลค่าหุ้นของบริษัทจดทะเบียน
ขณะเดียวกัน NASDAQ ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ใหญ่อีกแห่งในสหรัฐฯ อาจเดินตามแนวทางเดียวกันเร็วที่สุดภายในปีนี้ นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างตลาดทุนสหรัฐฯ หากได้รับไฟเขียวจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC)
จาก “ยืนตะโกนซื้อขาย” สู่ตลาดดิจิทัลไร้เวลาปิด
แซม เบิร์นส์ นักกลยุทธ์จาก Mill Street Research ให้สัมภาษณ์กับ AFP ว่า ในอดีตการซื้อขายหุ้นต้องอาศัยการพบปะกันจริงในวอลล์สตรีท ทำให้การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เทคโนโลยีดิจิทัลได้เปลี่ยนทุกอย่าง
ข้อมูลจาก NYSE ระบุว่า การซื้อขายนอกเวลาทำการขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2019 และพุ่งสูงหลังปี 2024 โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์สตีฟ แฮงก์ จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ มองว่า ประโยชน์ของการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงอาจไม่คุ้มต้นทุน พร้อมชี้ว่า เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อราคาหุ้นส่วนใหญ่มักเกิดในเวลาทำการปกติ
แต่เขาเห็นด้วยว่า การย่นระยะเวลาชำระราคาซื้อขาย อาจเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เปรียบคู่แข่งทั่วโลก
หวังดึงนักลงทุนรุ่นใหม่–ต่างชาติ
แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่การแข่งขันทวีความรุนแรง หลังดัชนีหุ้นยุโรปหลายประเทศให้ผลตอบแทนสูงกว่าสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา
การเปิดซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงอาจช่วยดึงดูดนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนต่างชาติ และกลุ่มที่คุ้นเคยกับการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา โดยในปี 2024 นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นสหรัฐฯ เกือบ 18%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังไม่น่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อขายในช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากธนาคารและระบบการเงินหลักยังคงปิดทำการตามปกติ



