มะพร้าวเวียดนามแพงสุดรอบปี ภัยแล้ง-จีนแห่นำเข้า ดันราคาพุ่ง 2-3 เท่า สะท้อนอุตสาหกรรมเกษตรกำลังเปลี่ยนเกม
เวียดนามกำลังเผชิญภาวะ ‘มะพร้าวขาดตลาด’ หลังราคามะพร้าวสดขยับขึ้นมากกว่า 2 เท่าในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากภัยแล้ง และความต้องการนำเข้าจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดจีน
รายงานจากสื่อเวียดนามระบุว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคามะพร้าวในหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากภาวะอากาศแห้งแล้งที่ทำให้ผลผลิตลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคและการส่งออกกลับฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ในนครโฮจิมินห์ ผู้ค้าระบุว่า ความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาขายปลีกขยับขึ้นทันที มะพร้าวแดงผลเล็กจำหน่ายในราคาประมาณ 14,000 ดองเวียดนามต่อผล หรือราว 17 บาท ส่วนผลใหญ่แตะระดับ 17,000 ดองเวียดนาม หรือประมาณ 21 บาท ซึ่งสูงกว่าช่วงต้นปีถึงสองเท่า

ภัยแล้งซ้ำเติม ‘อุปทานตึงตัว’
สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้นในจังหวัดด่งท้าป (Dong Thap) และจังหวัดหวิญลอง (Vinh Long) ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวสำคัญของเวียดนาม โดยราคามะพร้าวสดเพิ่มขึ้นถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงสองเดือนก่อน
มะพร้าวเขียวเกรดหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นเป็นโหลละ 130,000-140,000 ดองเวียดนาม (ประมาณ 161 - 174 บาท) จากเดิมเพียง 35,000-40,000 ดองเวียดนาม(ประมาณ 43 - 50 บาท) สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวอย่างชัดเจน
ผู้ค้าระบุว่า ภัยแล้งที่ยืดเยื้อทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก ขณะที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ราคาปรับขึ้นแทบทุกสัปดาห์นับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน

จีน-สหรัฐฯ-ยุโรป ดัน ‘มะพร้าวเวียดนาม’ โตแรง
บริษัทส่งออกผลไม้สด Vina T&T ในนครโฮจิมินห์ มองว่า ปี 2569 ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของอุตสาหกรรมมะพร้าวเวียดนาม หลังสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตและผ่านข้อกำหนดการส่งออกของหลายประเทศได้สำเร็จ
ปัจจุบัน ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป มีความต้องการนำเข้ามะพร้าวสดจากเวียดนามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะมะพร้าวเวียดนามมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และสอดรับกับกระแสบริโภคอาหารจากพืช หรือ Plant-Based Foods ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
อีกปัจจัยสำคัญคือ การส่งออกผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการมากขึ้น ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ตลาด ลดความเสี่ยงด้านราคา และทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการค้าระยะยาวได้ดีขึ้น
‘ราคาพุ่ง’ ไม่ได้มาจากภัยแล้งเพียงอย่างเดียว
กาว บ่า ดั่ง ควา (Cao Ba Dang Khoa) เลขาธิการสมาคมมะพร้าวเวียดนาม มองว่า แม้สภาพอากาศร้อนจัดและปัญหาอุปทานโลกจะมีผลต่อราคามะพร้าว แต่ปัจจัยดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 5% เท่านั้น
“สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาส่งออกมะพร้าวเพิ่มขึ้นถึง 90-95% มาจากการที่ภาคธุรกิจเวียดนามลงทุนพัฒนามาตรฐานการผลิต ยกระดับคุณภาพ และควบคุมมาตรฐานพื้นที่เพาะปลูกอย่างจริงจัง เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก”
‘หวิญลอง’ ฐานผลิตใหญ่ ป้อนตลาดโลก
จังหวัดหวิญลอง ถือเป็นศูนย์กลางการปลูกมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม คิดเป็นราว 60% ของพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศ หรือประมาณ 123,000 เฮกตาร์
ในช่วง 3 เดือนแรกของปี ภาคธุรกิจในจังหวัดแห่งนี้ส่งออกมะพร้าวแห้งมากกว่า 16 ล้านผล โดยมีตลาดหลักคือไทยและจีน ขณะที่มะพร้าวสดเริ่มขยายตลาดไปยังสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียแล้ว
ข้อมูลจากศุลกากรเวียดนาม ระบุว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกมะพร้าวสดของเวียดนามอยู่ที่ 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดจีนและสหภาพยุโรปเติบโตในระดับเลขสองหลักทั้งหมด
มะพร้าว…สินค้าเกษตรดาวรุ่งตัวใหม่ของเวียดนาม
สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่า ‘มะพร้าวเวียดนาม’ กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าเกษตรพื้นฐาน สู่สินค้าส่งออกมูลค่าสูงที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ภาวะภัยแล้งจะทำให้ราคาพุ่งและเกิดภาวะขาดตลาดในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นสัญญาณว่า เวียดนามกำลังสร้าง “อุตสาหกรรมมะพร้าวยุคใหม่” ที่แข่งขันด้วยมาตรฐาน คุณภาพ และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ มากกว่าการแข่งขันด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว
แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/9Zbxe9zVOoI1zDriYDKihQ




