ทรัมป์ประกาศสงครามเศรษฐกิจ ขู่ลงโทษชาติที่ช่วยอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า จะเปิดฉากปฏิบัติการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่าน พร้อมเตือนว่าทุกประเทศที่ยังคงทำธุรกิจหรือให้ความช่วยเหลือแก่สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้จะต้องเผชิญกับ 'ผลทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล' โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบหกเดือน และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นอย่างหนัก
ประกาศบน Truth Social สั่นสะเทือนโลก
ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า กำลังประกาศ 'ปฏิบัติการบดขยี้ทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดที่เคยมีมาต่อประเทศใดก็ตาม' พร้อมระบุว่านี่คือ 'สงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน' โดยกิจกรรมที่ต้องหยุดทันที ได้แก่ การลักลอบขายน้ำมัน การโอนเงินสด บริษัทหน้าฉาก และทะเบียนเรือ
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ หนุนแผนโดดเดี่ยวอิหร่าน
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ จะเร่งมาตรการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจควบคู่กับการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินปฏิบัติการที่เรียกว่า 'Operation Economic Fury' มาหลายเดือนแล้ว เพื่อตัดแหล่งเงินทุนของอิหร่านผ่านมาตรการคว่ำบาตรเป้าหมาย
อิหร่านยังคงท้าทาย ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด
อิหร่านแสดงท่าทีท้าทายอย่างต่อเนื่อง หลังรับมือการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ มาหลายเดือนโดยไม่ล่มสลาย สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล และอิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนทั่วภูมิภาค ขณะที่สำนักข่าว Axios รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังอำนวยความสะดวกให้เรือ 15-20 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อคืน ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งก่อนสงคราม
UAE ระงับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศระงับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับอิหร่าน หลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลสองลูก ก่อนหน้านี้ UAE เคยเป็นคู่ค้าสำคัญของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร ทรัมป์ยังเรียกร้องให้พันธมิตรทุกชาติ 'ยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐฯ เพื่อโดดเดี่ยวและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่าน'




