สรท.-EXIM BANK เปิดมาตรการเร่งด่วน ลดดอกเบี้ย-เสริมสภาพคล่อง ช่วยผู้ส่งออกไทยรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิด Hormuz

6 มี.ค. 2569 - 17:26

  • มาตรการเร่งด่วน 1,000 ล้านบาท EXIM BANK เสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกไทย

  • ลดดอกเบี้ย–ขยายเวลาหนี้ ช่วยลดภาระการเงินในช่วงค่าระวางเรือพุ่ง

  • แนะปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งโลจิสติกส์ การผลิต และการเงิน

สรท.-EXIM BANK เปิดมาตรการเร่งด่วน ลดดอกเบี้ย-เสริมสภาพคล่อง  ช่วยผู้ส่งออกไทยรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิด Hormuz

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งทางเรือและค่าประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น

การดำเนินมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รักษาสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน และสนับสนุนการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านพลังงานและโลจิสติกส์โลก

การหารือดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่สำนักงาน Thai National Shippers’ Council โดย Thanakorn Kasetsuwan ประธาน สรท. พร้อมคณะกรรมการ ได้หารือร่วมกับผู้บริหาร Export-Import Bank of Thailand ถึงแนวทางรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การเดินเรือในตะวันออกกลางและความเสี่ยงจากการปิด Strait of Hormuz

อัดงบ 1,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก

มาตรการเร่งด่วนของ EXIM BANK วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท มุ่งช่วยเหลือลูกค้าที่มีภาระจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง โดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
ขยายระยะเวลาชำระหนี้สูงสุด 365 วัน เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่มีปัญหาการชำระเงินล่าช้าจากต่างประเทศ
ลดอัตราดอกเบี้ยลง 20% จากอัตราเดิมในช่วงที่ได้รับการขยายเวลา
สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับผู้ส่งออกเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
มาตรการเสริมสภาพคล่องสูงสุด 150,000 ดอลลาร์ต่อราย อัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี โดยใช้เพียงผู้บริหารหลักค้ำประกัน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะ ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ SME ก่อน ก่อนขยายไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่

tnsc-exim-bank-SPACEBAR-Photo02.jpg
tnsc-exim-bank-SPACEBAR-Photo03.jpg

แนะผู้ประกอบการปรับตัว 3 ด้านรับวิกฤตโลจิสติกส์

นอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว สรท. และ EXIM BANK ยังแนะนำผู้ส่งออกไทยให้เร่งปรับตัวใน 3 มิติสำคัญ

1. ด้านโลจิสติกส์
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าระวางเรือและค่าประกันภัยสงครามเพิ่มขึ้น พร้อมตรวจสอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Surcharges) และจัดทำประกัน War Risk

2. ด้านการผลิต
เพิ่มเวลา Buffer ในการผลิตและขนส่ง เพื่อรองรับความล่าช้าจากการเดินเรืออ้อมเส้นทาง รวมถึงเตรียมวัตถุดิบสำรอง

3. ด้านการเงิน
ปรับเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าเป็น Incoterm FOB (Free on Board) เพื่อลดภาระต้นทุนขนส่งและประกันภัย พร้อมใช้เครื่องมือ Foreign Exchange Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

หวังช่วยผู้ส่งออกไทยรักษาความสามารถแข่งขัน

ธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือสมาชิก โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง

เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ใน Strait of Hormuz อาจส่งผลต่อเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอคำปรึกษาหรือเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือได้ผ่าน EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือช่องทางอีเมลของ สรท.

tnsc-exim-bank-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์