สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกรอบแผนปฏิบัติ ราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่า กรมฯ มีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 680 โครงการ โดยคาดว่าจะสามารถ สร้างมูลค่าการค้ารวม 142,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ กว่า 294,500 ราย ครอบคลุม กิจกรรมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ทั้งนี้ กรมฯ ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย ให้ติดอันดับ 1 ใน 5ของเอเชียภายในปี พ.ศ. 2570 สำหรับหนึ่งในแผนปฏิบัติราชการ สำคัญ ได้แก่ การขยายผลแคมเปญ “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสาร แบรนด์ประเทศไทย เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้สามารถตอบสนอง ต่อความ ต้องการของตลาดโลก ได้อย่าง เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีแผนปฏิบัติราชการใน 5 เรื่อง ประกอบด้วย

1. การสร้างจุดแข็งให้กับสินค้าและธุรกิจบริการไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ Megatrends และเศรษฐกิจใหม่ ด้วยแนวคิด “Thai to Global” From local value to global vision ตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาการค้า ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 125,675 ล้านบาท เร่งเพิ่มมูลค่าด้วยแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบให้สอดรับเมกะเทรนด์ และเศรษฐกิจใหม่ อาทิ กลุ่มเกษตรสร้างมูลค่าสินค้าตามเทรนด์โลก เช่น สินค้าฮาลาล อาหารอนาคต อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ส่งเสริมความยั่งยืน อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เช่น สินค้ายานยนต์ สมัยใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าและอะไหล่ยานยนต์ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ สินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น ตลอดจนพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการศักยภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าบริการไทยด้วยพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ เกม หนังสือ ออกแบบ และแฟชั่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าบริการของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2. รุกตลาดศักยภาพเดิม เพิ่มตลาดใหม่ และขยายสัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ทั้งในตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน และจีน (รวมฮ่องกง) ฯลฯ ตลาดศักยภาพ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และอื่นๆ ตลาดศักยภาพใหม่ ได้แก่ อิรัก ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกา ฯลฯ ส่งเสริมการเปิดตลาดโดยแสวงหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เร่งรัด Strategic Partnership กับประเทศคู่ค้าสำคัญ
3. ส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) ด้วยการพัฒนา ระบบแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ (Thaitrade.com) และเครือข่ายพันธมิตรออนไลน์ พร้อมส่งเสริม สภาพแวดล้อมและปัจจัยสนับสนุนการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สร้างพันธมิตรทางการค้าออนไลน์ แพลตฟอร์ม e-commerce ต่างๆ เป็นต้น

4. พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยการพัฒนา ความรู้เบื้องต้นด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป การพัฒนาและต่อยอด องค์ความรู้ด้านการตลาด/สินค้าแก่ผู้ประกอบการ MSME, SME และบุคคลทั่วไปในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ของประเทศ และพัฒนาผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกที่มีแบรนด์สินค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจ ในต่างประเทศได้ ผ่านสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA)
5. ยกระดับการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยใช้การวิเคราะห์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) และเทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน




