BYD โค่น Tesla! ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ปี 2025 ยอดขายค่าย Musk ร่วง 8% เซ่นการเมือง

2 ม.ค. 2569 - 16:05

  • Tesla สูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดรถ EV โลกให้กับ BYD จีน

  • ยอดขาย Tesla ลดลง 8% เหลือ 1.64 ล้านคัน ขณะที่ BYD ขายได้ 2.26 ล้านคัน

  • การยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษีและการแข่งขันสูงส่งผลกระทบต่อยอดขาย Tesla

BYD โค่น Tesla! ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ปี 2025 ยอดขายค่าย Musk ร่วง 8% เซ่นการเมือง

Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Elon Muskสูญเสียตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลกให้กับ BYD บริษัทยานยนต์จีน หลังรายงานยอดขายในปี 2025 ที่ลดลงมากกว่า 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Tesla ส่งมอบรถยนต์ได้ 418,227 คัน ในไตรมาสสุดท้ายของปี นำยอดขายรวมทั้งปีมาอยู่ที่ประมาณ 1.64 ล้านคัน ขณะที่ BYD ประกาศยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 2.26 ล้านคัน ในปีที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจัยส่งผลกระทบต่อยอดขาย Tesla ไตรมาส 4 ต่ำคาด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ยอดขายของ Tesla ในไตรมาสสุดท้ายไว้ที่ 449,000 คัน ซึ่งสูงกว่าผลประกอบการจริง การลดลงของยอดขายเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงการยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษี 7,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2025

การสนับสนุนทางการเมืองของ Musk ต่อประธานาธิบดี Donald Trump และนักการเมืองฝ่ายขวาจัดอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ Tesla ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจาก BYD และบริษัทจีนอื่นๆ รวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่จากยุโรป

ความสำเร็จของ BYD และการขยายตลาดต่างประเทศ

BYD ซึ่งมีชื่อเต็มว่า "Build Your Dreams" ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยเริ่มต้นจากการผลิตแบตเตอรี่ ปัจจุบันครองตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับยานยนต์ประเภทนี้

บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เนื่องจากรูปแบบการบริโภคที่เน้นราคาในจีนส่งผลกระทบต่อผลกำไร

แนวโน้มและผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

ในปี 2024 Tesla ยังคงเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 1.79 ล้านคัน เทียบกับ BYD ที่ขายได้ 1.76 ล้านคัน แต่สถานการณ์กลับตาลปัตรในปี 2025

Dan Ives จาก Wedbush Securities ระบุว่า Tesla ยังคงเผชิญกับ "สภาพแวดล้อมความต้องการที่ยากลำบากขึ้น" หลังการยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษี ขณะที่ยุโรปยังคงเป็นอุปสรรคต่อการส่งมอบ อย่างไรก็ตาม ตลาดเกิดใหม่แสดงอัตราการเติบโตที่ดีกว่าคาด ซึ่งอาจชดเชยการลดลงในภูมิภาคสำคัญอย่างจีนและยุโรป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์