ไทย-อินเดียลงนาม MRA ฉลากเขียว เปิดประตูส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์

9 ม.ค. 2569 - 10:29

  • ฉลากเขียวไทย-อินเดีย ได้รับการยอมรับร่วม ลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์อินเดีย

  • ตลาดก่อสร้างอินเดียโตแรง หนุนดีมานด์สินค้าสีเขียว ตอบรับ Green Building Initiative ที่อินเดียผลักดันอย่างจริงจัง

  • SDG Together เชื่อมห่วงโซ่อุปทานสู่ความยั่งยืน ความร่วมมือรัฐ–เอกชนกว่า 230 คู่ธุรกิจระดับภูมิภาค

ไทย-อินเดียลงนาม MRA ฉลากเขียว เปิดประตูส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยสู่ตลาดอินเดียร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) ระหว่าง Confederation of Indian Industry’s Sohrabji Godrej Green Business Centre (CII–GBC) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) โดยมี Mr. K. S. Venkatagiri Executive Director of CII–GBC และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้ลงนาม ภายใต้นโยบาย SDG Together สร้างความร่วมมือไทย–อินเดียในห่วงโซ่อุปทานภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผลักดันการยอมรับมาตรฐานสินค้าฉลากเขียวระหว่างกัน โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ุรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยาน

ภาพประกอบ (4).jpg

การเยือนนครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 8–9 มกราคม 2569 นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และผู้ประกอบการจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้ากว่า 50 คน 230 คู่ธุรกิจถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตไทย ผู้ผลิตอินเดียกับผู้ใช้งานวัสดุในภาคก่อสร้างและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย ผ่านความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย (The Confederation of Real Estate Developers' Associations of India: CREDAI) สมาคมรับเหมาก่อสร้าง (Builders Association of India: BAI)  รวมทั้งอุตสาหกรรมและการค้าอื่นที่มีศักยภาพ ได้แก่ ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

นางศุภจี กล่าวว่า ประเด็นด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม และไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ ที่แสดงความรับผิดชอบตลอดห่วงโช่อุปทาน การขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน “สีเขียว” ซึ่งเป็นจุดโฟกัสสำคัญ เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากร ความพยายาม และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตลอดเกิดการจับคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายรายการ

ด้าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวเสริมว่า “การร่วมมือกับ CII ภายใต้โครงการ SDG Together Program จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างมาตรฐานและแนวทางการยอมรับร่วมกันในด้านฉลากสิ่งแวดล้อม ที่ได้เคยมีความร่วมมือกันมาก่อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและอินเดียในตลาดต่างประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันการผลิตและการจัดซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมของไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินเดียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโครงการ Green Building Initiative ที่อินเดียให้ความสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์