เกาหลีใต้กำลังถกเถียงแนวคิดใหม่ที่อาจเขย่าวงการเทคโนโลยีโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีเสนอให้จัดเก็บ "ภาษีกำไรส่วนเกินจาก AI" เพื่อนำรายได้กระจายสู่สังคมในวงกว้าง ท่ามกลางกระแสบูมของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK hynix ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์
ชิปหายาก กำไรพุ่ง แต่สังคมได้อะไร?
คิม ยอง-บอม เลขานุการอาวุโสฝ่ายนโยบายของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันจันทร์ว่า เกาหลีใต้กำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจส่งออกแบบดั้งเดิม ไปสู่ "เศรษฐกิจผูกขาดเทคโนโลยี" ที่ขับเคลื่อนด้วยการขาดแคลนชิปและกำไรส่วนเกินที่ยั่งยืน
แม้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็น "แก่นแท้ของโอกาสที่เปิดกว้างต่อหน้าเกาหลี" แต่เขาก็เตือนว่ามันอาจยิ่งขยายความเหลื่อมล้ำในสังคมให้รุนแรงขึ้นด้วย
"เงินปันผลแห่งชาติ" แนวคิดที่โลกจับตา
คิมเสนอแนวคิดที่เรียกเบื้องต้นว่า "เงินปันผลแห่งชาติ" (National Dividend) ซึ่งจะนำกำไรส่วนเกินของบริษัทเทคโนโลยี AI มาแจกจ่ายคืนสู่สังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อ
- สนับสนุนสตาร์ทอัพสำหรับคนรุ่นใหม่
- จัดสรรรายได้ขั้นพื้นฐานให้ชุมชนเกษตรและประมง
- สนับสนุนศิลปินและนักสร้างสรรค์
- เสริมความมั่นคงด้านบำนาญให้ผู้สูงอายุ
คิมยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่การแจกจ่ายสวัสดิการ แต่คือ "ต้นทุนในการดูแลระบบสังคม" เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
'บูมชิป' แต่ใครได้ประโยชน์?
ความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (High-Bandwidth Memory) พุ่งสูงตามกระแสการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทั่วโลก ส่งผลให้ Samsung และ SK hynix ทำรายได้ไตรมาสแรกสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีหุ้น Kospi ก็พุ่งทำสถิติสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเกือบแตะระดับ 8,000 จุด เป็นครั้งแรกในวันอังคาร
อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องให้กระจายผลประโยชน์จากความเฟื่องฟูนี้ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากภาคแรงงาน โดยสหภาพแรงงาน Samsung เรียกร้องให้ยกเลิกเพดานโบนัสและจัดสรร 15% ของกำไรจากการดำเนินงาน เป็นโบนัสพนักงาน และจากฝ่ายการเมือง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุน กึม-จู แห่งพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์สร้างขึ้นบน "การเสียสละและความอดทนของเกษตรกรและชาวประมง" จึงควรส่งคืนส่วนหนึ่งแก่ชุมชนชนบท
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ประกาศแผนเพิ่มงบประมาณด้าน AI ถึง 3 เท่าในปีนี้ โดยมีเป้าหมายขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน 3 มหาอำนาจ AI โลก เคียงข้างสหรัฐฯ และจีน





