ชี้ชะตา ประธาน กสทช. กรรมการสรรหา งัด ม.15 สอบปมคุณสมบัติ

12 พ.ค. 2569 - 08:59

  • นักกฎหมาย ชี้กรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจวินิยฉัย คุณสมบัติประธานบอร์ด

  • พ.ร.บ.กสทช.ให้อำนาจ วินิจฉัย ถึงที่สุด ก่อนรายงานวุฒิสภาพิจารณาต่อ

  • พบปมเสี่ยงปัญหาคุณสมบัติ ระหว่างขั้นตอนแต่งตั้ง ยังเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่แพทย์รับค่าตอบแทน อาจมีปัญหา

ชี้ชะตา ประธาน กสทช. กรรมการสรรหา งัด ม.15 สอบปมคุณสมบัติ

บ่ายวันศุกรที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เชิญกรรมการสรรหา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อพิจารณา กรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือไม่ เมื่อมีผู้ร้องว่า ยังคงทำหน้าที่รองคณบดีคณะแพทย์ ม.มหิดล ควบคู่ ประธาน กสทช. 

หลังประชุม 3 ชั่วโมง ประธานกรรมการสรรหา บอกว่า กรรมการสรรหา มาประชุม 5 คน จาก 7 คน และมีมติเสียงข้างมากรับเรื่องไว้พิจารณา  คำถามที่เกิดขึ้น หลังเหตุการณ์นี้คือ กรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติ ประธาน กสทช. หากยังมีอำนาจอยู่ ผลการวินิจฉัย จะนำไปสู่ “อะไร”  สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร 

fate-NBTC-chairman-decided-selection-committee-nvoke-Section15-examine-qualifications-SPACEBAR-Photo02.jpg

ปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 15/1 เขียนไว้ว่า กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของ ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาหรือผู้ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ สรรหาเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด 

“มาตรา 15/1 เขียนไว้ชัดเจนว่ากรณีที่มีปัญหา เกี่ยวกับผู้สมัครรับการสรรหา หรือ ผู้ได้รับเลือก ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการสรรหา  และให้คำวินิจฉัยเป็นที่สุด เมื่อมีคำว่า ”ผู้ได้รับเลือก“ จึงหมายถึงผู้ได้รับการสรรหา”

fate-NBTC-chairman-decided-selection-committee-nvoke-Section15-examine-qualifications-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

คณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่มี มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้วินิจฉัยไว้เมื่อครั้งที่ มีการส่งเรื่องนี้ให้กรรมการกฤษฎีกาตีความ และได้ส่งเรื่องกลับมาให้กรรมการสรรหา เพราะกฤษฎีกาไม่มีอำนาจ ประธานกรรมการสรรหา ยึดมาตรานี้วินิจฉัยว่ากรรมการมีอำนาจวินิจฉัย 

“แต่ประธาน กสทช. ยังมีกรณีที่ ถูกร้องว่า ในขั้นตอนระหว่างการแต่งตั้ง ประธานกสทช.ยังเป็นยังมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และเป็นแพทย์มีค่าตอบแทนรายชั่วโมง เท่ากับคุณสมบัติไม่ได้ ดังนั้น กรรมการสรรหา ต้องเป็นผู้วินิจฉัย แล้วเสนอเรื่องต่อวุฒิสภา  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ส.ว.เป็นคนเลือก ส.ว.ต้องเป็นผู้ดำเนินการ ”

fate-NBTC-chairman-decided-selection-committee-nvoke-Section15-examine-qualifications-SPACEBAR-Photo01.jpg

เมื่ออำนาจเป็นของกรรมการสรรหา จึงต้องอยู่ที่กรรมการสรรหาจะวินิจฉัยวืาอย่างไร ส่วนจะมีผลเกิดขึ้นอย่างไรต้องไปดูอีกครั้ง กรณีนี้จะคล้ายกับ ส.ส.มีปัญหาคุณสมบัติ การพ้นจากความเป็น ส.ส. จะมีผลเมื่อพ้นจากความเป็น ส.ส. ไม่ได้มีผลกย้อนหลัง ถ้ามีผลย้อนหลังจะกระทบต่อเรื่องทุกเรื่องที่พิจาราไปแล้วซึ่งจะเกิดความเสียหายหลายเรื่อง ส่วนจะใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหนขึ้นอยู่กับกรรมการสรรหา 

ตามรัฐธรรมนูญ กรรมการสรรหา ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ จะมีกระบวนการและที่มาที่แตกต่างกันไปตามแต่ละองค์กร กรณีของ กสทช. แตกต่างจาก องค์กรตามรัฐธรรมนูญ อย่าง กกต. ป.ปช. เพราะ เป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 60 คือ ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (พ.ร.บ. กสทช.)

คณะกรรมการสรรหากสทช. มาจากผู้เชี่ยวชาญจาก 7 หน่วยงาน 7 คน  คือ  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้พิพากษาในศาลฎีกา , ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดกรรมการ ป.ป.ช. , กรรมการ คตง. , ผู้ตรวจการแผ่นดินและ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือจำนวน "สองเท่า" (14 คน) ของจำนวนกรรมการ เมื่อได้รายชื่อแล้ว จะส่งต่อให้ วุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ สว. ตั้งกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม แล้วจึง เสนอให้วุฒิสภา ลงคะแนนเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง กสทช. 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์