คมนาคมเตือนทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย เร่งแผน ‘รางลอยฟ้า’ แก้จราจรเมือง

19 พ.ค. 2569 - 15:09

  • ‘สิริพงศ์’ ย้ำทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย หลังเกิดเหตุเฉี่ยวชนมักกะสัน

  • ศึกษาแนวทางลดรถไฟเข้าเมือง 3 เดือน ยังไม่ใช่ข้อสรุป

  • คมนาคมดันระบบรางลอยฟ้า-ปิด Missing Link ลดจุดตัดจราจร

คมนาคมเตือนทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย เร่งแผน ‘รางลอยฟ้า’ แก้จราจรเมือง

หลังเกิดเหตุประชาชนถูกรถไฟเฉี่ยวชนบริเวณริมทางรถไฟมักกะสัน กระทรวงคมนาคมออกมาย้ำเตือนว่า “พื้นที่ทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย” พร้อมเดินหน้าศึกษาแนวทางปรับระบบเดินรถในกรุงเทพฯ ควบคู่กับแผนระยะยาวยกระดับทางรถไฟขึ้นลอยฟ้า เพื่อลดจุดตัดและแก้ปัญหาจราจรในเมือง

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กรณีดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ผ่านมา เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่ได้เป็นทางเชื่อมข้ามทางรถไฟหลัก และมีอุปกรณ์กั้นพื้นที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ล้ำเข้าไปในพื้นที่ทางรถไฟ ก่อนจะถูกรถไฟเฉี่ยวชนในระยะกระชั้นชิด ซึ่งขบวนรถวิ่งด้วยความเร็วปกติตามเส้นทาง และไม่สามารถหยุดรถได้ทัน

“ทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แต่เป็นพื้นที่อันตราย จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย”

สิริพงศ์ กล่าว

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษามาตรการบริหารเส้นทางเดินรถไฟในกรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งรวมถึงแนวคิดการลดหรือหลีกเลี่ยงการนำขบวนรถไฟเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมือง เพื่อลดความเสี่ยงด้านจราจรและอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอน “ศึกษาและรับฟังความคิดเห็น” เท่านั้น และยังไม่มีข้อสรุปหรือการทดลองใช้อย่างเป็นทางการ

โดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดทำแผนเสนอภายใน 2 เดือน ก่อนใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือนในการพิจารณาความเหมาะสม

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยมีการศึกษาในอดีตมาแล้ว แต่พบข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งปัญหาการเชื่อมต่อระบบขนส่งและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

“ที่ผ่านมาเคยมีแนวคิดใช้รถเมล์วิ่งขนานแทนรถไฟ แต่พบปัญหาความล่าช้า ขณะที่การเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าก็เพิ่มต้นทุนค่าเดินทางให้ประชาชน ดังนั้นทุกแนวทางต้องดูผลกระทบอย่างรอบด้าน”

สิริพงศ์ กล่าว

สำหรับแนวทางระยะยาว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าผลักดันโครงการยกระดับทางรถไฟขึ้นลอยฟ้า เพื่อลดจุดตัดเสมอระดับกับถนน ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาจราจรและอุบัติเหตุในเขตเมือง

สิริพงศ์ ระบุว่า โครงการทางรถไฟยกระดับช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่า การแยกระบบรางออกจากพื้นถนนสามารถช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้จริง ทั้งลดเวลารอรถติด ลดจุดตัด และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบราง หรือ Missing Link ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนา ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยให้ระบบรถไฟในกรุงเทพฯและปริมณฑล เชื่อมต่อกันในรูปแบบยกระดับได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ภาครัฐมองว่า การยกระดับระบบรางไม่ใช่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านคมนาคม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ และรองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาวด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์