ราคาน้ำมันพุ่ง-หุ้นร่วง หลังอิหร่านส่งสัญญาณปิดกั้นเรือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง หลังสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า เตหะรานวางแผนปิดกั้นไม่ให้เรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่กำลังเจรจากับโอมาน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ความหวังในการเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้อย่างเต็มรูปแบบลดน้อยลงอย่างมาก
จากความหวังสู่ความผิดหวัง
ต้นสัปดาห์ ตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศยุติแผนโจมตีอิหร่านและระบุว่าข้อตกลงกำลังใกล้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เตหะรานปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านก่อนจึงจะบรรลุข้อตกลงได้
น้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อส่อกลับมาหลอกหลอน
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ปรับตัวขึ้น 0.9 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 78.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent North Sea Crude ขึ้น 1.1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 83.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราวหนึ่งในห้าของโลก การปิดกั้นจึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนลบ นิกเกอิ 225 ของโตเกียวร่วง 1.0 เปอร์เซ็นต์ ฮั่งเส็งฮ่องกงลดลง 0.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์วอลล์สตรีทปิดร่วง 0.9 เปอร์เซ็นต์ที่ 53,885.10 จุด หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดติดต่อกันสามวัน
จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
คลาร์ก เบลลิน จาก Bellwether Wealth ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยตลาดต้องการตัวเลขที่ไม่ร้อนแรงหรือเย็นเกินไปเพื่อให้ตลาดยืนราคาต่อไปได้ ด้านไมเคิล ฮิวสัน จาก Market Insights ชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ คือประเด็นหลักที่ต้องติดตาม เนื่องจากกรรมการนโยบายการเงินเฟดสามรายเพิ่งลงมติสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุด ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป






