ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังทรงตัวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อมาแล้วกว่า 10 สัปดาห์
ความหวังที่จะยุติความขัดแย้งพังทลายลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อเสนอตอบโต้ของอิหร่านนั้น "ไม่มีคุณค่าใดทั้งสิ้น" พร้อมเตือนว่าการสงบศึกที่เปราะบางอยู่แล้วในขณะนี้กำลังอยู่ใน "สภาวะย่ำแย่อย่างไม่น่าเชื่อ"
น้ำมันพุ่ง — ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดรับเรือบรรทุกน้ำมัน
ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ยังคงปิดกั้นการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในช่วงเช้าของเอเชียปรับขึ้น 1% สู่ระดับ 105.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็ขยับขึ้นในทิศทางเดียวกันสู่ระดับ 99.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาโลหะมีค่าก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเงิน (Silver) ที่ทะยานขึ้นกว่า 8% สู่ระดับ 87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น
นักวิเคราะห์เตือน — มิถุนายนอาจเป็นจุดพลิก
แม้ตลาดจะดูสงบในตอนนี้ แต่นักวิเคราะห์ต่างออกมาเตือนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงรุนแรงได้ หากสงครามยืดเยื้อเข้าสู่เดือนมิถุนายน
สตีเฟน อินเนส นักวิเคราะห์จาก SPI Asset Management ระบุว่า ตลาดในขณะนี้ยังคงตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าช่องแคบฮอร์มุซจะค่อย ๆ เปิดใช้งานได้ก่อนปลายเดือนมิถุนายน แต่หากการปิดกั้นยืดเยื้อออกไป ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตึงตัวทางการเงินทั่วโลก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก
ทรัมป์เตรียมเยือนจีน — อิหร่านอยู่ในวาระสำคัญ
ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้ พร้อมด้วยซีอีโอรายใหญ่อย่าง อีลอน มัสก์ จาก Tesla และ ทิม คุก จาก Apple โดยหนึ่งในวาระสำคัญที่คาดว่าจะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง คือสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน ซึ่งจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ก็เดินทางถึงญี่ปุ่นแล้วเมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือประเด็นด้านอัตราแลกเปลี่ยนและเศรษฐกิจทวิภาคี





