ร่องน้ำกันตังตื้นเขินอุปสรรคต่อการเดินเรือนำเข้า-ส่งออกสินค้า กระทบการค้าระหว่างประเทศมูลค่าลดลงต่อเนื่อง

12 พ.ค. 2569 - 08:00

  • ภาพรวมการค้าผ่านด่านศุลกากรกันตัง ในปี 2568 มีแนวโน้มหดตัวลงอย่างต่อเนื่องจากในอดีต โดยมูลค่ารวมเหลือเพียงระดับหมื่นล้านบาทต้นๆ ซึ่งลดลงจากช่วงปี 2555-2557 ที่เคยมีมูลค่าสูงถึงปีละ 3 หมื่นล้านบาท

  • สาเหตุจากร่องน้ำกันตังตื้นเขิน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ผู้ส่งออกเปลี่ยนใช้ด่านสะเดา สงขลา ขนส่งทางรถไฟแทนเส้นทางเรือ และเศรษฐกิจทั่วโลกซบเซา

  • อบจ.ตรัง เตรียมพัฒนาท่าเรือนาเกลือรองรับการขนส่งสินค้าทุกรูปแบบ เชิญเอกชนสายเดินเรือเข้าพูดคุย แนะตัดถนนเส้นทางมายังท่าเรือนาเกลือเพิ่ม ช่วยย่นระยะทาง ปลอดภัย รวดเร็ว ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ร่องน้ำกันตังตื้นเขินอุปสรรคต่อการเดินเรือนำเข้า-ส่งออกสินค้า กระทบการค้าระหว่างประเทศมูลค่าลดลงต่อเนื่อง

สถานการณ์การค้าด่านศุลกากรกันตัง จังหวัดตรัง ช่วงปี 2566-2568 ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยมูลค่านำเข้า-ส่งออกลดลงเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่เคยสูงถึง 30,000 ล้านบาทในช่วงปี 2555-2557 ลดลงมาถึง 20,000 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากร่องน้ำกันตังตื้นเขินเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และผู้ส่งออกเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางรถไฟผ่านด่านสะเดาแทน 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การค้าจังหวัดตรังกับต่างประเทศที่นำเข้าส่งออกสินค้าผ่านด่านกันตัง มีอัตราการเจริญเติบโตที่ลดลงมาตลอด แต่ด่านกันตังยังคงรักษาความได้เปรียบดุลการค้าได้ โดยเน้นการส่งออกสินค้ามากกว่านำเข้า ซึ่งหอการค้าจังหวัดตรัง มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo V01.jpg

สิทธิชญาน์ ชลวิศิษฎ์ รองประธานออกการค้าตรัง กล่าวว่า ช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมากลุ่มผู้ส่งออกสินค้าต่างประเทศหรือกลุ่มลูกค้าอาจจะหันไปใช้ด่านศุลกากรอื่น เช่น ด่านสะเดา จังหวัดสงขลา แทนการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านด่านศุลกากรกันตัง จึงทำให้ยอดนำเข้าและส่งออกสินค้าลดลงสองเท่าตัว เมื่อปี 2541 มูลค่านำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรกันตังจะอยู่ที่ระดับ 30,000 ล้านบาท มาระยะหลังมูลค่าลดลงอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 15,000 ล้านบาท ลดลงมาหนึ่งเท่าตัว

ล่าสุดปี 2568 มูลค่านำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านศุลกากรกันตังอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยสินค้าตัวหลักๆ ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ คือ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา แร่ ส่วนสินค้านำเข้า ก็จะเป็นปุ๋ยเคมี เครื่องจักรโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เมล็ดข้าวโพดอาหารสัตว์ และสินค้าอื่นๆ

รองประธานออกการค้าตรัง กล่าวต่อว่า อีกสาเหตุหนึ่งมาจากที่ประเทศผู้ซื้อ เช่น จีน มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ ซื้อสินค้าจากประเทศไทยน้อยลง อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกโดยรวมตกต่ำ จีนประเทศผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของโลกก็ได้รับผลกระทบ จีนจึงสั่งซื้อวัตถุดิบจากจังหวัดตรังลดลง ตั้งแต่ ยางพารา ไม้ยางพาราแปรรูป น้ำยางพาราสด น้ำยางพาราผสมและสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยางพาราก็ลดลงไปด้วย

“นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล จากลิตรละ 30 บาทวิ่ง ไปอยู่ที่ลิตรละ 48 บาท และลดเหลืออยู่ที่ 42 บาทในวันนี้ ย่อมส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการด้านการเดินเรือและใช้เรือในการประกอบอาชีพ เช่น ประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน และเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ อาจจะทำให้การขับเคลื่อนไปได้ไม่ดี”

“ดังนั้นรัฐควรจะเข้ามาดูแลราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหรือ B7 ไม่ควรเกินลิตรละ 32 บาทเพราะหากราคาน้ำมันสูงกว่านี้ก็ย่อมเพิ่มต้นทุนการขนส่ง การผลิต อีกทั้งไม่สามารถทำการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้”

“กรณีของเรือประมงพาณิชย์ในพื้นที่กันตัง ซึ่งออกไปทำการประมงน้ำหนึ่ง หรือรอบหนึ่ง จะใช้ระยะเวลา 15 - 18 วัน ต้องใช้น้ำมันดีเซล 10,000 ลิตร หากน้ำมันลิตรละ 32 บาท ก็จะใช้เงิน 320,000 บาท เรือหนึ่งลำก็ต้องใช้น้ำมัน 300,000 กว่าบาท ไหนจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เรือวิ่งออกจากท่าเพื่อไปจับปลาจะต้องใช้เงินประมาณ 1,000,000 ล้านบาท ในแต่ละลำ”

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo06.jpg

รองประธานหอการค้าตรัง กล่าวอีกว่า การจะมาพัฒนาหรือรื้อฟื้นท่าเรือกันตังให้เป็นเมืองท่าสำหรับการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศแบบเติบโตนั้นต้องใช้เวลา และจะต้องมีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ลงทุนทางด้านการขนส่งสินค้า กันตังมีท่าเรือเอกชน 3 แห่ง ท่าเรือของรัฐ คือท่าเรือเทศบาลเมืองกันตัง และ อบจ. รวม 5 แห่ง 

“กรณีท่าเรือเทศบาลกันตังมีอยู่ 3 สะพานยังไม่มีความชัดเจนว่าทางผู้บริหารเทศบาลชุดปัจจุบันจะพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า หรือพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยจัดเป็นตลาดเพื่อขายสินค้าริมน้ำกันแน่”

“ในส่วนของท่าเรือเอกชนคือท่าเรือโชคชัย ท่าเรือยูโซอินอินเตอร์เนชั่น และท่าเรือขนถ่ายยิปซั่ม เขามีความชัดเจนในธุรกิจในการขนส่งนำเข้าสินค้า ส่วนท่าเรือ อบจ. ในปัจจุบันก็ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าเดินหน้าทำธุรกิจรับขนส่งสินค้าไปอีกหรือไม่”

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo07.jpg
The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo08.jpg

ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการเรือประมงเรียกร้องให้กรมเจ้าท่าขุดลอกล่องน้ำกันตังตามระยะเวลา เนื่องจากร่องน้ำตื้นเขิน ทำให้เรือขนาดใหญ่กินน้ำลึกไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือประมงพาณิชย์ และเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นั้น

รองประธานหอการค้าตรัง กล่าวว่า กรมเจ้าท่าจะต้องมีความชัดเจนกับกลุ่มองค์กรเอกชนที่คัดค้านการขุดลอกล่องน้ำและทิ้งตะกอนที่ขุดลอกว่าไปทิ้งจุดใด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และในทางกลับกันก็จะต้องให้ร่องน้ำกันตังมีความลึกเพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งมีการการันตีร่องน้ำไว้ที่น้ำลงต่ำสุดลึก 8 เมตร หากกรมเจ้าท่าสามารถขุดล่องน้ำได้ลึกกว่านี้ก็จะเกิดผลดีกับการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือกันตัง

“จากปากน้ำกันตังมาถึงตัวเมืองกันตังที่เป็นพื้นที่ท่าเทียบเรือระยะทาง ร่วม 20 กิโลเมตร กรมเจ้าท่าจะต้องวางแผนขุดลอกร่องน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการขุดลอกทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน เรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและเรือประมงพาณิชย์ ไม่สามารถเข้าออกได้ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง”

“ทั้งนี้ ท่าเรือกันตัง มีจุดแข็งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ คือความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐที่มีตั้งแต่ในอดีต เช่น การที่มีสำนักงานศุลกากร, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจน้ำ, กรมเจ้าท่า และด่านกักกันพืช/สัตว์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าท่าเรือกันตังมีความพร้อมในการให้บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ทั้งทางบกและทางทะเลอย่างครบวงจร”

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) เปิดเผยว่า ในส่วนท่าเรือ อบจ.ตรังอยู่ใกล้ปากน้ำกันตังติดทะเล การขนส่งสินค้าทางรถยนต์อาจจะไกลออกมาไม่มาก หากกรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีโครงการตัดถนนจากสามแยกบ้านนาเกลือ ต.บางสัก อ.กันตัง ไปยังสามแยกบ้านต้นชด ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา หากถนนเส้นนี้มีการก่อสร้างก็จะย่นระยะทางได้มาก อีกทั้งเป็นถนนเส้นตรงรถบรรทุกจะได้รับความสะดวก ปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน ในการขนส่งสินค้าเข้าออกท่าเรือนาเกลือ อบจ.ตรัง

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo09.jpg

“เท่าที่ทราบ ถนนเส้นนี้ยังไม่ผ่านสิ่งแวดล้อม เพราะส่วนหนึ่งถนนต้องตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ปัจจุบันรถที่วิ่งมายังท่าเรือนาเกลือจะเป็นรถบรรทุกที่วิ่งมาจากถนน 4046 เข้ามายังถนนนาเมืองเพชร-โคกยาง วิ่งไป ต.คลองลุ ต.บ่อน้ำร้อน เข้า ต.นาเกลือ เพื่อเข้าท่าเรือ ถนนคดเคี้ยว สิ้นเปลื้องน้ำมันเชื้อเพลิง และไม่ปลอดภัย”

“สำหรับท่าเรือ อบจ.ตรังยังมีเรือสินค้าเข้าออกขนถ่ายสินค้าทั้งสินค้าเทกองและตู้คอนเทนเนอร์ แต่ปริมาณยังไม่มาก ดังนั้นทาง อบจ.จะต้องเปิดให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเข้าออกระหว่างประเทศ เปิดสายการเดินเรือเข้ามาใช้ท่าเรือแห่งนี้ ซึ่งท่าเรือเรามีร่องน้ำลึก เรือเข้าออกได้ตลอดเวลา พื้นที่ 99 ไร่ ท่าเรือยาว 185 เมตร กว้าง 29 เมตร รองรับเรือขนาด 4,000 ตัน” นายก อบจ.ตรัง กล่าว

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo04.jpg
The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo05.jpg

สรุปภาวะการส่งออก – นำเข้าสินค้าผ่านด่านศุลกากรกันตัง

1. สินค้าส่งออก ได้แก่ ไม้ยางพารา ปูนซีเมนต์เม็ด ผลิตภัณฑ์ยางพารา ยางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ แร่ยิปซั่ม  แท่นรองยางทำด้วยเหล็กเก่าใช้แล้ว เรือโดยสาร (นำมาซ่อม) บุหรี่ซิกาแรต ถุงเปล่าสำรองแตก

2. สินค้านำเข้า ได้แก่ ปุ๋ยเคมี เมล็ดข้าวโพดสำหรับอาหารสัตว์ ถ่านหิน ส่วนประกอบสำหรับเครื่องจักร   เฟอร์นิเจอร์ ที่นอน เครื่องปั่นไฟ ท่อพ่นทราย เครื่องผลิตไอน้ำครบชุดสมบูรณ์ โครงสร้างอาคารทำด้วยเหล็ก ท่อทำด้วยเหล็ก เครื่องบีบทะลายปาล์มครบชุด แท้งก์ ฉนวนป้องกันความร้อน ท่อทำด้วยโพลิเมอร์ และวาล์ลเรือโดยสารข้ามฟาก (นำมาซ่อม) ปลาแซ่แข็ง กางเกงยีนส์ ชั้นวางของทำจากโลหะ ท่ออลูมิเนียมใช้ตัดปาล์ม กระเป๋า หุ่นตั้งแสดงสำหรับตกแต่ร้าน เป็นต้นสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ปลาแช่แข็ง แผ่นอลูมิเนียม ปุ๋ยเคมี ของใช้ส่วนตัวเสื้อผ้าสตรี เสื้อแจ็คเก็ต ปฏิทินภาพวาดของใช้เพื่อการเดินทาง

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo01-2.jpg

สรุปภาวะการส่งออก – นำเข้าสินค้าผ่านด่านศุลกากรกันตัง จังหวัดตรัง ประจำปี 2555 ถึง 2568

ปี 2555 มูลค่านำเข้า 2,260 ล้านบาท        มูลค่าส่งออก 28,126 ล้านบาท     มูลค่ารวม  30,386 ล้านบาท

ปี 2556 มูลค่านำเข้า 1,284 ล้านบาท        มูลค่าส่งออก  23,609 ล้านบาท    มูลค่ารวม  24,893 ล้านบาท

ปี 2557 มูลค่านำเข้า 1,140  ล้านบาท       มูลค่าส่งออก  27,104 ล้านบาท    มูลค่ารวม 28,245 ล้านบาท

ปี 2558 มูลค่านำเข้า 887.54 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 13,886.36 ล้านบาท มูลค่ารวม 14,773 ล้านบาท

ปี 2559 มูลค่านำเข้า 683.10 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 16,257.06 ล้านบาท มูลค่ารวม 16,940.16 ล้านบาท 

ปี 2560 มูลค่านำเข้า 140.361 ล้านบาท    มูลค่าส่งออก 5,513.812 ล้านบาท มูลค่ารวม 5,654.128 ล้านบาท 

ปี 2561 มูลค่านำเข้า 555.29 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 15,688.24 ล้านบาท มูลค่ารวม 16,243.53 ล้านบาท 

ปี 2562 มูลค่านำเข้า 656.11 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 12,476.28 ล้านบาท มูลค่ารวม 13,132.39 ล้านบาท

ปี 2563 มูลค่านำเข้า 526.06 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 15,224.04 ล้านบาท มูลค่ารวม 15,750.10 ล้านบาท

ปี 2564 มูลค่านำเข้า 785.26 ล้านบาท      มูลค่าส่งออก 11,414.00 ล้านบาท มูลค่ารวม 12,199.26 ล้านบาท

ปี 2565 มูลค่านำเข้า 1,013.36 ล้านบาท   มูลค่าส่งออก 13,564.99  ล้านบาท มูลค่ารวม 14,578.55 ล้านบาท 

ปี 2566 มูลค่านำเข้า 2,239.69 ล้านบาท   มูลค่าส่งออก 11,541.88 ล้านบาท มูลค่ารวม 13,781.57 ล้านบาท

ปี 2567 (ต.ค.66 - ก.ย.67) มูลค่านำเข้า 1,262.52 ล้านบาท มูลค่าส่งออก 8,512.18 ล้านบาท 

มูลค่ารวม 9,774.70 ล้านบาท

ปี 2568 มูลค่านำเข้า 2,029.87 ล้านบาท   มูลค่าส่งออก 8,033.70 ล้านบาท มูลค่ารวม 10,063.57 ล้านบาท 

The-shallow-Kantang-Channel-hinders-international-shipping-for-the-import-and-export-of-goods-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์